“อนุทิน” เผยข่าวดีวัคซีนโควิด -19 ย้ำชัดรพ.ชายแดนแม่สอด เครื่องมือพร้อมรับสถานการณ์

0

จากกรณีที่ทางด้านนายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ข้อมูลนำมาจาก ชายแดน ของคุณหมอหน้าด่านจริง ๆ กับสถานการณ์จริงและสิ่งที่ประสบพวกเราช่วยเขาได้ก็ช่วยกันครับ

ความจริงวันนี้ที่ชายแดนแม่สอด…ชายแดนจังหวัดตากฝั่งตะวันตกที่ติดประเทศพม่า มีความยาวกว่า 600 กิโลเมตรจากทิศเหนืออำเภอท่าสองยางจรดทิศใต้ที่อำเภออุ้มผาง มันยาวมาก ๆ อย่างไม่น่าเชื่อเลย มีช่องผ่านถาวรอยู่ 1 ช่องตรงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ที่เหลือก็เป็นช่องผ่อนปรนมีชาวต่างชาติเข้าออกอย่างชั่วคราวตลอดมา

ที่ผ่านมาพวกเราก็ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ ขึ้นทะเบียนพยายามให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน มอบสิทธิพลเมืองพึงมี สิทธิการเข้าถึงบริการสุขภาพ คัดกรองโรคระบาด ให้บริการป้องกันโรคเช่นฉีดวัคซีน มีการผลักดันให้มีหน่วยงานสาธารณสุขชายแดนมากว่า 7 ปีแต่ก็ยังไม่เกิดขึ้น พวกเราอดทนทำงานหนักเป็น 2-3 เท่ากว่าโรงพยาบาลปกติเพราะมีจำนวนเจ้าหน้าที่ที่คำนวนมาสำหรับคนไทยแต่เราต้องทำงานเพื่อคนต่างชาติด้วย

พร้อมบอกด้วยว่า เรารับรู้ว่าคนไทยก็สู้ไปกับเรา และพร้อมจะเป็นลมใต้ปีก หากใครพอมีอุปกรณ์เหลือใช้ ไม่ว่าจะเป็นชุด PPE เสื้อกาวน์กันน้ำ ชุดกันฝน ถุงมือ แมส N95 แมสธรรมดา กระจังหน้า น้ำยาทำความสะอาด อยากส่งมาช่วยพวกเรารบที่ชายแดน พวกเรายินดีน้อมรับและขออนุโมทนาบุญด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “หมอธีระวัฒน์” เล่าความจริงชายแดนแม่สอด-พม่า จุดตึงเครียดโควิด-19 หมอ ทหาร จนท. ทำงานอย่างสุดกำลังจริง ๆ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี การรับมือสถานการณ์โควิด-19 บริเวณชายแดนแม่สอด พม่า ทุกโรงพยาบาลบริเวณชายแดน ไทย-เมียนมา ที่เคยมีข่าวว่าขาดแคลนชุดพีพีอี เครื่องป้องกันและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการดูแลโรคโควิด

ยืนยันว่าขณะนี้ทุกโรงพยาบาลมีความพร้อมโดยกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนอุปกรณ์ทุกอย่างเพียงพอ เนื่องจากไม่มีผู้ป่วยจากโรคโควิดที่เป็นการะบาดภายในประเทศเหลืออยู่แล้ว ทุกคนกลับบ้านหมดแล้วที่มีอยู่ 105 คน เป็นผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ ดังนั้น อุปกรณ์ต่าง ๆ จึงเพียงพอสำหรับใช้รับมือสถานการณ์

สำหรับความคืบหน้าเรื่องวัคซีน กระทรวงสาธารณสุขผลักดันให้ไทยเข้าร่วมโครงการ COVAC ซึ่งอยู่ในกำกับขององค์การอนามัยโลก เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่มี 15 ประเทศกำลังศึกษาพัฒนาวัคซีน และไทยจะได้ประโยชน์จากเงินที่ลงทุนไปเมื่อผลิตวัคซีน ซึ่งเตรียมนำเข้าหารือในที่ประชุม ศบค.และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามลำดับ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าการประชุม ศบค.ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 28 กันยายนนี้