COVID19=สงครามโรคครั้งที่ 3? อาจทำ 5,940 ล้านคนเผชิญวิกฤติการดำรงชีวิตขั้นอุกฤษฏ์

0

สงครามโรค​ครั้งที่​ 3

ดร.เวทิน​ ชาติกุล​ สถาบันทิศทางไทย

1.เชื้อ​ Covid-19​ ที่ทำเอาป่วยทั้งโลก​ ถึงน่ากลัวจริง ๆแล้วไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่​  พูดง่ายๆคือ​ มีอย่างอื่นที่น่ากลัวกว่าเชื้อในตอนนี้ เทียบอัตราการตาย​ เชื้อ​ Covid-19​ ทำให้คนตาย​ประมาณ​ คนเดียว​ จาก​ 100​ คน​ คือ​​ 1% (ตัวเลขตาย​ 3% คือตัวเลขเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบ​ ซึ่งทีผู้ติดเชื้อที่ไม่ตรวจ​ และไม่พบ​อีกเป็นจำนวนมาก)

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

2.1% เทียบกับ​ ไข้หวัดใหญ่​สายพันธ์ต่าง ๆ​ มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่​ 0.05% ก็ถือว่ายังสูง แต่ถ้าคนทั้งโลกติดเชื้อกันหมด​ ผู้เสียชีวิต​คงประมาณ​ 60​ ล้านคน​ เกือบๆเท่ากับประชากรไทยทั้งประเทศ​ ก็ถือว่าเยอะมาก

3.สูสีกับ​สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง​ ที่มีคนเสียชีวิต​ 40​ ล้านคน​ และสงครามโลกครั้งที่​ 2​ ที่มีผู้เสียชีวิต​ 50-85 ล้านคน​  ก็น่าจะเปรียบเทียบได้ว่า​ นี่คือ​ “สงครามโรคครั้งที่​ 3” ก็ได้

4.แต่อย่างที่บอกว่า​เชื้อโควิดไม่ได้น่ากลัวที่​ ทำให้คนตาย​ แต่ราวกับว่าเชื้อนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้โจมตีระบบเศรษฐกิจโดยเฉพาะ​ #อยู่บ้าน​ #หยุดเชื้อ​ #เพื่อชาติ​ คือสิ่งที่ถูกต้องตามที่คุณหมอสั่ง​การ​  แต่นี่คือ​ Ep1.​ ของ​ Covid-19​ เดอะซีรีย์​

5.Ep2.​ ที่นอกเหนือจากอำนาจวินิจฉัยของคุณหมอก็คือ คนที่รอดจาก​เชื้อ​ Covid-19​ มาได้​จะต้อง​เข้า​ mode เสี่ยง #หยุดงาน​ #เงินหมด​ #อดตาย​ กันเป็นปีๆ​

  1. นี่คือ​ ความน่ากลัวของจริงของ​สงครามโรค​ Covid-19 ที่อาจทำให้คนเสียชีวิตได้ทั้งโลก​ 60​ ล้านคน​ แต่อาจทำให้​ คนอีก​ 5,940 ล้านคนที่รอดมาได้​ ต้องเผชิญกับวิกฤติการดำรงชีวิตขั้นอุกฤษฏ์

7.เรามีแบบจำลองการคาดการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคในทางการแพทย์ได้​  แต่เรายังไม่มีแบบจำลองหรือโมเดลความเสียหายทางเศรษฐกิจ​ที่ชัดเจน​ เพราะความยุ่งยากซับซ้อนของระบบทุนนิยมที่เชื่อมโยงต่อกันทั้งโลกทั้งโลกจริงและโลกออนไลน์​ หรือพูดตรง ๆก็คือไม่รู้ว่าจะมี​โมเดลหายนะทางเศรษฐกิจหลัง​ Covid-19​ ได้หรือไม่ด้วยซ้ำ

8.วิกฤติ​ Covid-19​ อาจแบ่งเป็น​ 3​ ช่วง​ คือ

1)​ วิกฤติเฟสแรก​ ช่วงกำลังต่อสู้ยับยั้งเชื้อโรค​ กินเวลาถ้าเข้มงวด​จริงจัง​ 2-3​ เดือนก็เอาอยู่

2)​ วิกฤติเฟสสอง​ ช่วง​ “หยุด” กิจกรรมทางสังคม​ ทุกสิ่งอย่างยังไม่สามารถกลับมาเป็นปกติ​ รวมถึงระบบธุรกรรม​ ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องถูก​ “หยุด” เอาไว้​แม้วิกฤติการแพร่ระบาดจะคลี่คลายลงไปแล้ว ประเทศที่คุมเชื้อได้แล้วก็ไม่สามารถเปิดประเทศได้​เพราะประเทศอื่น ๆยังควบคุมเชื้อโรคไม่ได้​  ก็ต้อง​ Lockdown​ ประเทศต่อ​

ในประเทศ​ ห้าง-ร้าน-ตลาด​-มหาลัย-โรงเรียน แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงหรือไม่มี​  แต่ใครจะกล้าเสี่ยง​ เปิดห้าง​ เปิดตลาด​ เปิดมหาลัยฯ​ ให้เชื้อมีโอกาสกลับมาแพร่ซ้ำ​ ก็จนกว่าจะคิดค้นวัคซีนออกมาได้​ ประมาณว่า​วิกฤติช่วงกลางนี้อาจกินเวลาถึง​ 1​ ปีครึ่ง​ ถึง​ 2​ ปี​

3)​ วิกฤติเฟสสาม​ หลัง​ Covid-19​  ซึ่งวิกฤติของ​Covid-19​ การล่มสลายของโลกาภิวัตน์​ การพังทลายของระบบทุนนิยม-บริโภคนิยม​ ในช่วงเชื้อแพร่ระบาด​ จะไปเขย่ารวมกับ​ ปัญหาสิ่งแวดล้อม​ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ​ ปัญหาความขาดแคลน​ ขัดสน​  การจัดระเบียบอำนาจของโลก​ อำนาจของ​เงิน​

9.มีนักคิด​ ปัญญาชนระดับโลก​ เริ่มออกมาพูดถึงโลกหลัง​ Covid-19.กันมาก​ขึ้น แต่จริง ๆ แล้วยังไม่ต้องพูดถึงมาก​ก็ได้เพราะถ้าไม่รอดจาก​ 1-2​ ปี​ ที่​ต้อง #หยุดงาน​ #เงินหมด​ #อดตาย​ ไปได้​ ไอ้ที่หลังจากนั้นก็ไม่มีประโยชน์จะไปพูดถึง​ รัฐบาลจะเสกเงินมาช่วยเหลือดิบดีแค่ไหน​ก็ไม่มีประโยชน์ถ้าตอนนั้นไม่เหลือใครให้ช่วยแล้ว​