พล.ท.นันทเดช ยก 4 ข้อปมเรือดำน้ำ จำเป็นต้องถอย เหน็บเจ็บน่าเรียกร้องชะลอใช้หนี้โกงข้าวบ้าง

0

จากกรณีที่มีคำสั่งชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำทร. ออกไปเป็น 1 ปี นั้น ภายหลังการประชุมครม. ประจำวันที่ 1 ก.ย. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ และได้มีการพูดคุยเป็นการภายในในกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะกองทัพเรือและได้ข้อสรุปว่าขอให้กองทัพเรือพิจารณาชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำในลำที่ 2 และ 3 ออกไปก่อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “บิ๊กตู่” ชมกองทัพเรือ เสียสละถึงที่สุด ยอมชะลอซื้อเรือดำน้ำ นำงบประมาณ ใช้ดูแลปากท้องประชาชนก่อน

ล่าสุดพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” หัวข้อ กองทัพเรือ ถอยสุดซอยเรื่องเรือดำน้ำ มีเนื้อหาดังนี้…

กองทัพเรือ ถอยสุดซอยเรื่องเรือดำน้ำ ได้ฟังข่าวว่า กองทัพเรือยอมถอย เรื่องเรือดำน้ำ ก็ไม่ค่อยสบายใจครับ เพราะ มีเรื่องที่รัฐบาลและกองทัพเรือไม่กล้าจะพูดให้ผิดมารยาทอยู่ อยู่หลายเรื่องนะครับ

1. การซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ ชัดเจนว่าเป็นการซื้อที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ของชาติ ไม่มีการโกงเกิดขึ้น เพราะเป็นการซื้อตามระบบ จีทูจี จริงๆ ไม่เหมือน จีทูจี เรื่องข้าว ในสมัยคุณยิ่งลักษณ์ ที่มีคนติดคุกกันระนาว ยกเว้นพวกที่ทิ้งเพื่อนหนีไปอยู่เมืองนอกเสียก่อน

2. ประโยชน์ของเรือดำน้ำนั้น มีมหาศาล ทั้งการสำรวจใต้น้ำ , วางเคเบิ้ลใต้น้ำ ฯลฯ แต่เอาแค่เรื่องเดียวพอ เรือดำน้ำ เป็นเครื่องมือทางการรบเพียงชนิดเดียว ที่จะเฝ้าป้องปรามอยู่ในท้องทะเลสากลได้ยาวนาน ไม่ใช่เฉพาะในอ่าวไทย และมีประสิทธิ์ภาพทั้งการรับและการรุกเพื่อคุ้มครองพื้นที่ ไม่เช่นนั้นสิงคโปร์ที่มีพื้นที่ทางทะเล 3 ด้าน รวมความยาวแล้วยังสั้นกว่าพื้นที่ทางชายฝั่งของไทยเสียอีก แต่สิงคโปร์มีเรือดำน้ำถึง 6 ลำและมีแผนจะซื้อรุ่นใหม่อีก 2 ลำ เรือดำน้ำทำให้สิงคโปร์เป็น เมืองท่าทางการค้า โดยทุกชาติมั่นใจว่าเรือสินค้าทุกลำจะปลอดภัย ในเขตน่านน้ำสากล ที่ต่อเนื่องเข้าสู่เขตรับผิดชอบของสิงคโปร์

3. ถ้าจะถามว่าไทยเราไม่มีเรือสินค้าเทียบท่ามากเท่ากับสิงคโปร์ แล้วจะซื้อมาทำไมนั้น ขอตอบว่าในอนาคตถ้าเราสามารถทำให้เรือสินค้าที่จะเข้ามาในน่านน้ำไทยมั่นใจในความปลอดภัย เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ที่การขนส่งต่อระยะต้องผ่านมาเลเซียเพียงด้านเดียว จากนั้นจึงผ่านเข้ามาไทย แต่ถ้าเราสามารถทำให้เรือสินค้านานาชาติมั่นใจในความปลอดภัยได้ โอกาสที่จะดึงดูให้เรือสินค้า มาเทียบท่าเรือในไทยโดยตรง เพื่อกระจายสินค้าต่อไปได้ทั่วโลก ก็มีความเป็นไปได้สูง

4. ถ้าจะให้เข้าใจง่ายขึ้น คงเปรียบกับคนไทยซื้อปืนเก็บไว้ที่บ้าน เพื่อป้องกันตนเองและทรัพย์สิน ทั้งที่เรามีตำรวจทำหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพของประชาชนอยู่แล้ว หรือที่เราต้องซื้อรถดับเพลิง ทั้งๆที่ไฟยังไม่ไหม้ อีกทั้งยังจ้างพนักงานดับเพลิงไว้ เสียงบประมาณปีละหลายร้อยล้าน หรือที่เรามีตำรวจตระเวณชายแดน ทั้งที่ตำรวจตามปกติก็มีนับแสนนาย หรือเราทุ่มเทติดกล้องวงจรปิดทั้งกรุงเทพนับหมื่นล้านบาท ติดไปทำไมล่วงหน้า + การขุดคลองกระ อังกฤษก็ห้ามไทยขุดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แม้สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษก็ยังยื่นเงื่อนไขสัญญาว่าไทยจะไม่ขุดคลองกระ เพื่อแลกกับสถานภาพการเป็นผู้ชนะสงคราม จากกรณีที่ จอมพล ป. ไปประกาศสงครามกับอังกฤษและพันธมิตร

ต่อมาก็มีมิตรประเทศบางประเทศ พยายามดองการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมานานนับ 10 ปี พอสร้าง ก็สร้างได้แค่ 1 ใน 3 ของโครงการ เรื่องเรือดำน้ำก็คล้ายคลึงกัน ไม่มีเรือดำน้ำ สิงคโปร์ก็ยังเป็นเมืองท่าหลักอยู่เช่นเดิม ไม่มีเรือดำน้ำเราก็ขุดคลองไทยไม่ได้

อย่าลืมว่าซื้อเรือดำน้ำวันนี้ อีก 6-7 ปีถึงจะได้นะครับ ไทยทุ่มทุนกับโครงการ EEC นับแสนล้าน สร้างงานให้คนไทยเท่าไหร่ แต่ไม่มีเรือดำน้ำ ไม่มีการพัฒนาศักยภาพทางทะเล รู้สึกแปลกๆมั๊ยครับ ประเทศไทย ซื้ออะไร แจกอะไร ได้สารพัด เงินวางมัดแค่ 3 พันล้าน ดันมีนักการเมือง และเด็กๆออกมาคัดค้าน แค่ระดับหมื่นคน ซึ่งเมื่อเปรียบกับเงินใช้หนี้โกงข้าว ที่ต้องใช้หนี้ปีละหลายหมื่นล้านบาท น่าจะมีการเรียกร้องให้ชะลอการใช้หนี้บ้าง

แล้วยังนโยบายรถคันแรกที่รัฐบาลสมัยนั้นออกให้ผู้ซื้ออีกคันละแสนบาท ต้องเป็นหนี้กี่หมื่นกี่แสนคัน เด็กจบออกมาต้องรีบซื้อรถเป็นหนี้ แทนจะเรียนต่อ

เรื่องแบบนี้ รัฐบาลน่าจะเอามาแฉบ้างนะครับ

เป็นความรู้ให้ “พลเมือง” ไทยสักหน่อย

…เหนื่อยนะครับ กับประชาธิปไตยสมัยนี้…

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์