วัฒนาสับแหลก!ก้าวไกลเลิกหล่อเหยียบหัวเพื่อนซัดน่ารังเกียจ

0

จากที่รังสิมันต์ โรม ส.ส. และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าจะมีการประชุมวิปฝ่ายค้าน มี 2 ประเด็น1.กรณีส.ส. พรรคเพื่อไทย เข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ

“โดยไม่ได้เป็นการยื่นร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ประชาชนได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เนื่องจากพฤติกรรมอันเลวร้ายหลายประการ และมีข้อเรียกร้องถึงขั้นที่จะให้ยุบสภาแล้ว

ดังนั้นหาก ส.ส.จะใช้สิทธิในการเปิดอภิปรายทั่วไป ก็ควรเป็นการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 มากกว่าการที่พรรคเพื่อไทยเลือกที่จะอภิปรายตามมาตรา 152 ในทางปฏิบัติจะกลายเป็นเพียงการหยิบยื่นโอกาสให้รัฐบาลได้หาข้อแก้ตัวให้กับการกระทำของตัวเอง

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถใช้อำนาจที่มีในการลงโทษรัฐบาลได้เลย ดังนั้น จึงต้องหารือกัน เพราะเหตุใดพรรคเพื่อไทยจึงรีบเข้าชื่อเสนอการอภิปรายทั่วไปขนาดนี้ ไม่ปรึกษาพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ดีก่อนถึงผลดีผลเสีย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

และ 2.ทวงถามความชัดเจนในการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 มาตรา 272 ที่กำหนดให้ ส.ว. ชุดแรกตามบทเฉพาะกาลมีอำนาจในการร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคก้าวไกลเป็นผู้ริเริ่มในการจะเสนอญัตติดังกล่าว และเคยมีการหารือในที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านมาแล้วครั้งหนึ่ง

เนื่องจากญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะต้องเข้าชื่อโดย ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร คือ 98 คน แต่พรรคก้าวไกลมี ส.ส. เพียง 54 คน จึงต้องอาศัยการร่วมเข้าชื่อจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย จึงจะสามารถเสนอญัตติดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภาได้” นายรังสิมันต์ กล่าว

ล่าสุดวันนี้(25ส.ค.63) นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า

ผมและพรรคเพื่อไทยเคยประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น โดยระหว่างการรณรงค์ประชามติผมถูก คสช. ส่งคนมาอุ้มตัวไปควบคุมหลายครั้งเพราะประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญรวมทั้งยังถูกดำเนินคดีทั้งที่ศาลอาญาและศาลทหาร

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาโกงอำนาจประชาชนและสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ภายใต้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประเทศจะไม่มีทางสงบสุข บ้านเมืองจะเกิดความขัดแย้งและเศรษฐกิจจะเสียหาย เนื่องจากกติกาการเลือกตั้งที่ออกแบบมาจะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแออันจะทำให้ได้รัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพแบบที่กำลังเป็น

เมื่อมีโอกาสพรรคเพื่อไทยจึงต้องรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเอาประชาธิปไตยคืนให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่เนื่องจากการแก้ไขจะต้องได้รับการสนับสนุนจากเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภาหรือ 375 เสียง โดยในจำนวนนี้จะต้องมี ส.ว. ลงมติเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 84 คน ดังนั้น การแก้ไขจึงต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย หากเสนอเงื่อนไขที่เสียงส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ยกเว้นไม่ต้องการแก้

ดังนั้น ที่หลายคนประณามว่าพรรคเพื่อไทยไม่สู้ ผมอยากให้คนที่พูดลองถามตัวเองว่า หากพรรคยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบที่หลายคนต้องการจะมี ส.ส. พรรครัฐบาล และ ส.ว. มาโหวตสนับสนุนหรือไม่ นั่นคือเราจะไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้และความเสียหายจะตกกับประชาชน

การเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่เรื่องสู้หรือไม่สู้ แต่จะต้องหวังผลให้เกิดความสำเร็จเพื่อเอาอำนาจคืนให้กับประชาชนให้มากที่สุด เลิกพูดเอาหล่อเหยียบหัวเพื่อนสร้างกระแสตีกินไปวันๆ น่ารำคาญและน่ารังเกียจครับ

ที่มา : เฟซบุ๊ก Watana Muangsook