ก้าวไกลแถลงจุดยืนขอไปอภิปรายแก้หมวด2 หลังเพนกวินขู่ไม่สู้ก็โดนยุบอีก?

0

จากที่วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงการยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญจะไม่มีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนั้นกระแสข่าวที่ออกมาจะยื่นแก้หมวด 1 และ 2 นั้นไม่เป็นความจริงนั้น ทางพรรคไม่ได้ยื่นญัตติแก้ไข และไม่ได้จะแก้หมวด1 และ 2

ต่อมาวันที่  23 ส.ค.63 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำเยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า วันนี้ผมเสียใจมากที่ทราบว่าหลายพรรคการเมืองจะไม่แก้รัฐธรรมนูญในหมวดสอง หรือหมวดพระมหากษัตริย์ ทั้งที่เป็นหมวดที่มีปัญหามากและเป็นรากเหง้าของปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในหลายสิบปีที่ผ่านมา

หมวดสองของรัฐธรรมนูญนั้นมี 18 มาตรา ซึ่งผมจะขอกล่าวถึงมาตราที่ผมเห็นว่ามีปัญหามากที่สุดคือมาตรา 6 ซึ่งบัญญัติไว้มิให้ผู้ใดฟ้องร้องหรือกล่าวหาพระมหากษัตริย์ได้ในทางใด ๆ ซึ่งนั่นแสดงว่าพระมหากษัตริย์จะอยู่เหนือกฎหมาย และต่อให้ทรงกระทำผิดกฎหมายก็ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ เลย ซึ่งจัดต่อหลักนิติรัฐที่กฎหมายจะต้องบังคับใช้กับทุกคนโดยเสมอกัน แท้จริงแล้วควรใช้หลักการที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร ก็คือให้สภาผู้แทนราษฏรพิจารณาความผิดของกษัตริย์ เพราะกษัตริย์ย่อมต้องรับผิดชอบต่อประชาชน

อีกประการหนึ่ง ผมยังเห็นว่ารัฐธรรมนูญหมวดพระมหากษัตริย์นี้ยังบัญญัติไว้ไม่ครบถ้วน ควรจะมีการให้กษัตริย์พระราชทานคำปฏิญาณกับประชาชนว่าจะเคารพและพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เหมือน ๆ กับที่ทำในพระราชพิธีราชาภิเษกจักรพรรดิญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และควรจะบัญญัติเพิ่มเติมห้ามมิให้กษัตริย์แทรกแซงการเมืองโดยเด็ดขาด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ดังนั้น ผมขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ให้ไม่ละเลยการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดสอง เพราะนี่คือต้นตอของปัญหาการเมืองไทย ถ้าพวกคุณไม่สู้ในประเด็นนี้ คุณก็จะแก้ปัญหาไม่จบเบ็ดเสร็จ และถ้าคุณไม่แก้ไขที่ต้นตอ คุณก็อาจจะโดนยุบพรรคซ้ำแล้วซ้ำอีก

เราสามารถสู้ได้โดยไม่กราบครับ

หมายเหตุ: จากการสอบถามไปยังพรรคก้าวไกล ได้ความว่าทางพรรคจะยังยืนยันแก้รัฐธรรมนูญหมวดสอง แต่เนื่องจากเสียงในสภาของพรรคก้าวไกลมีไม่พอจะยื่นขอแก้รัฐธรรมนูญเอง จึงจะรอไปอภิปรายในชั้นแปรญัตติครับ

ขณะที่เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล– Move Forward Party โพสต์ข้อความเรื่อง”จุดยืนและข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล” ว่า “ในสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคก้าวไกลมีจุดยืนและข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 3 ประการ ได้แก่ (1) ตั้ง สสร. เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ทั้งฉบับ (2) ปิดสวิตช์ ส.ว. ด้วยการยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 269-272 และ (3) ยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 เพื่อยกเลิกการรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1) การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่ไปจำกัดว่าห้ามแก้หมวดใดหมวดหนึ่ง จะเป็นทางออกอย่างสันติให้สังคมไทยสามารถหาฉันทามติร่วมกันได้ว่าระบบการเมืองแบบไหนที่เรายอมรับที่จะอยู่ร่วมกัน

พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมไปแล้วหนึ่งฉบับเพื่อแก้ไข ม. 256 ให้มีการตั้ง สสร. แต่พรรคก้าวไกลไม่ร่วมลงชื่อด้วย เนื่องจากไปกำหนดไว้ว่า ห้าม สสร. แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และ 2 พรรคก้าวไกลเห็นว่า ข้อกำหนดดังกล่าวยิ่งไปสร้างความเข้าใจผิดในสังคม เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามีการแก้ไขบทบัญญัติในหมวด 1 และ 2 มาโดยตลอด ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามแต่อย่างใด และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของไทยมีการจำกัดขอบเขตอยู่แล้วว่า การแก้ไขที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้ ดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ม. 255

ดังนั้น พรรคก้าวไกลจะไปอภิปรายเพื่อขอแก้ไขประเด็นดังกล่าวเมื่อการพิจารณาเรื่อง สสร. เข้าสู่การประชุมของรัฐสภา ด้วยเรายืนยันในหลักการที่ว่า อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญหรืออำนาจสูงสุดในการเขียนรัฐธรรมนูญนั้น เป็นของประชาชน เมื่อประชาชนเลือกตั้ง สสร. ไปจัดทำรัฐธรรมนูญแล้ว สสร. ต้องแก้ไขใหม่ได้ทั้งฉบับ สสร. เช่นนี้จะสามารถสะท้อนและโอบรับเจตจำนงของประชาชนได้ทุกกลุ่ม ไม่ปิดกั้นความคิดและความฝันของประชาชนกลุ่มใด สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีเนื้อหาอย่างไรผ่านเวที สสร. และการลงประชามติ

2) การยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อยกเลิกบทเฉพาะกาล ม. 269-272 เป็นสิ่งที่ต้องผลักดันในลำดับถัดไปให้ทันในสมัยประชุมนี้ เพราะ ส.ว. 250 คนที่ คสช. แต่งตั้งมาและมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ถือเป็นกลไกสำคัญในการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร หากเราสามารถยกเลิกอำนาจของ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ ได้เมื่อไร ประเทศก็สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ไม่ว่าด้วยการลาออกของนายกฯ หรือการยุบสภา ให้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ สสร. จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้วเสร็จ

3) พรรคก้าวไกลเสนอให้ยกเลิกบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ม. 279 เพื่อมิให้มีการรับรองประกาศ-คำสั่ง คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่อง ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมายไปตลอดกาล เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรองตรวจสอบประกาศ-คำสั่ง คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่องได้

การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อ (2) และ (3) นั้น จำเป็นจะต้องใช้เสียง 1 ใน 5 ของ ส.ส. ที่มีอยู่ ซึ่งเท่ากับ 98 เสียง ปัจจุบันพรรคก้าวไกลมี ส.ส. อยู่เพียง 54 เสียง ดังนั้น เราจะพยายามขอเสียงจากพรรคการเมืองอื่น เพื่อยกเลิกหัวใจสำคัญในการสืบทอดอำนาจ คสช. ให้ได้ทันภายในสมัยประชุมนี้ ด้วยความเชื่อมั่นในอำนาจสูงสุดของประชาชน

ล่าสุดวันนี้(24ส.ค.63) นายพริษฐ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความหลังพรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ว่า

ก้าวไกลแสดงจุดยืนแล้ว รัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ทุกหมวด และจะต้องแก้กันทุกหมวด โดยเฉพาะหมวดพระมหากษัตริย์ครับ

ที่มา : เฟซบุ๊ก เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak