“ปิยบุตร” ลั่นชัด ตัวเองไม่ได้ชังชาติ แต่การรักแสดงออกไม่ตรงกัน ส่งสารถึงรอยัลลิสต์ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย

0

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul ปิยบุตร แสงกนกกุล ระบุว่า หัวข้อจาก #ปิยบุตร ถึงอนุรักษ์นิยมและรอยัลลิสต์

 

โดยระบุรายละเอียดลงลึกว่า “การปราบให้หมด กำจัดให้หมด ไม่มีทางจัดการปัญหาได้ ทำได้แต่เพียงให้คนเห็นต่างหายไปจากประเทศช่วงหนึ่ง แต่ความคิดยังอยู่ และท้ายที่สุดก็เหมือนเข็มนาฬิกาที่ตั้งแล้วก็วนกลับมาที่เดิม ซึ่งไม่เป็นคุณต่อใครทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นการฆ่าอนาคตของชาติ ผมเห็นว่าทางเลือกที่ถูกต้องคือทางเลือกที่สอง

 

ประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องเป็นเรื่องที่อภิปรายได้เหมือนประเด็นอื่น ๆ เช่น ประเด็นการปฏิรูปกองทัพ การแก้ไรรัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจ ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม สามารถอภิปรายได้ด้วยความปรารถนาดี ด้วยความรัก เคารพ จริงใจ ต่อกันและกัน อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน ทั้งหมดนี้เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เคียงคู่กับระบอบประชาธิปไตย ”

บรรยากาศการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาเปลี่ยนไปเร็วมาก ผมใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยตั้งแต่สมัยเรียนจนมาเป็นอาจารย์ เป็นเวลา 21 ปี ก็รู้จักมักคุ้นกับความคิดของนิสิตนักศึกษามาตลอด วัยนี้เป็นช่วงวัยของความเร้าร้อน เป็นช่วงวัยของความขบถ ไม่ยอมรับ อยากเปลี่ยน อยากจะให้ผู้ที่อาวุโสกว่า ผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน ผู้ที่อายุมากกว่า พยายามทำความเข้าใจเขา พยายามแบ่งแยกท่าทีกับเนื้อหาออกจากกัน พยายามทำความเข้าใจพวกเขาว่าเขาต้องการนำเสนออะไร

ที่สำคัญที่สุดสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่วันนี้ คนรุ่นผม คนรุ่นก่อนผม พวกเราต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะนิสิตนักศึกษาเยาวชนเขาไม่ได้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่กำเนิด แต่เขาเป็นผลพวงของระบอบและสังคมที่พวกเราสร้างขึ้นมาส่งมอบให้กับเขา แต่เขาไม่ต้องการสังคมแบบนี้ เหลืออยู่ทางเดียวก็คือ “เราต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน” มิใช่ “รับผิดชอบร่วมกันโดยการปราบให้หมด”

ผมขออนุญาตสื่อโดยตรงไปทางฝ่ายอนุรักษ์นิยม ฝ่ายชนชั้นนำจารีตประเพณี ฝ่ายรอยัลลิสต์ ฝ่ายกษัตริย์นิยม ที่มีเหตุมีผล ไม่ได้บ้าคลั่ง พวกเราต้องช่วยกัน ผมเชื่อว่ายังมีอีกมาก ช่วยออกมาส่งเสียง เพราะถ้าท่านไม่ออกมาส่งเสียงใดๆ เลย จะกลายเป็นว่าฝ่ายคลั่ง ฝ่ายกระหายเลือด พวก Ultraroyalist จะเข้ามาหยิบยกพัฒนาประเด็นผลักจนเกิดเป็นความขัดแย้งของคนในชาติ กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างรุ่น

สุดท้ายผมคิดว่าฝ่ายที่ตำหนิผมทุกครั้งไป ตำหนิวิธีคิดของผมว่า #ชังชาติ ไล่ผมไปอยู่ประเทศต่าง ๆ บ้าง ผมเรียนตรงนี้ว่า ถ้าผมไม่รักชาติบ้านเมือง ผมไม่มาอยู่จุด ๆ นี้หรอก ถ้าผมคิดถึงตัวผมเองเป็นหลัก ผมไม่ทำตรงนี้หรอก แต่ด้วยความรักชาติบ้านเมือง เราจึงต้องแสดงออกและมารับหน้าที่แบบนี้ รับหน้าที่ในการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา

ผมเชื่อว่าทุกคนรักชาติ ท่านก็รักชาติ ผมก็รักชาติ คนไทยทุกคนรักชาติ ไม่มีใครรักมากไปกว่ากัน น้อยไปกว่ากัน แต่เราอาจจะรักไม่ตรงกัน แสดงออกไม่ตรงกัน แบบนี้มาพูดคุยกันได้ แต่ถ้าพวกท่านเริ่มต้นด้วยการประณามหยาดเหยียดว่าพวกเราเป็นพวกชังชาติ ก็ไม่มีทางที่จะเริ่มต้นคุยกันได้เลย

การรักชาติที่ถูกต้องคือการแสวงหาคำตอบไปด้วยกัน ทั้งหมดนี้คือการร่วมสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบที่ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด เป็นระบอบที่องค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐต้องถูกตรวจสอบได้ เป็นระบอบที่พระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัตริย์ดำรงตำแหน่งสืบทอดทางสายโลหิต และดำรงอยู่อย่างมั่นคงสถาพร ดำรงอยู่อย่างมีพระเกียรติยศเคียงคู่ประชาธิปไตย และเป็นมิ่งขวัญของอาณาราษฎร

มาร่วมกันสร้าง #ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยกัน

อย่างไรก็ตามแม้นายปิยบุตร จะบอกว่าตนเองไม่ได้ชังชาติ แต่ที่ผ่านมาเจ้าตัวก็โพสต์เรื่องราวจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ และมีเป้าหมายต้องการเปลี่ยนแปลงล้มล้างเสมอ ดูเหมือนว่าการส่งสารครั้งนี้จะเป็นการย้อนแย้งคำพูดตัวเอง เพราะต่อให้อยากเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์ให้เคียงคู่กับระบอบประชาธิปไตยต่อไป แต่ก็มีหลายข้อที่เจ้าตัวและคณะเรียกร้อง ที่ก้าวล่วงสถาบันฯอย่างมาก