เปิดปมนักโทษบุรีรัมย์จลาจล ผวาลือโควิด?!? พบผู้ต้องขังทั่วปท.มีกว่า 3.8แสนคน จนท.อีก1.3หมื่น

0

จากกรณีวันนี้(29 มี.ค.63) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี นักโทษก่อเหตุจราจล ภายในเรือนจำ จังหวัดบุรีรัมย์  มีเพลิงไหม้ภายในเรือนจำ  พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและร่วมกันควบคุมเพลิงไหม้

ทั้งนี้รองโฆษกสตช. ยังกล่าวอีกว่า จากการซักถามพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่า ภายในเรือนจำมีนักโทษทั้งหมดประมาณ 2,100คน โดยมีนักโทษประมาณ 100คน ได้ปลุกระดมก่อความวุ่นวาย และจุดไฟเผาภายในเรือนจำ เบื้องต้นทราบว่ามีนักโทษ จำนวน 5ราย ได้ลักลอบหลบหนีออกไป  ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างไล่กล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี และเร่งไล่ล่านักโทษที่หลบหนี กลับมารับโทษต่อไป ในขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 1ราย

ขณะที่ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า สาเหตุเกิดจากความกดดันของนักโทษ ประกอบกับมีคนปล่อยข่าวลือว่ามีนักโทษติดเชื้อโควิด-19 ทำให้นักโทษพยายามแหกคุกเพื่อเอาชีวิตรอด เบื้องต้นควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว มีนักโทษหลบหนี 4-5 คน กำลังติดตามตัว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 63 พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในเรือนจำ กรณี เรือนจำกลางราชบุรี พบผู้ต้องขังชายได้รับการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย ขณะนี้ได้สั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิดกับผู้ต้องขังรายดังกล่าว เข้ารับการตรวจ ซึ่งจะทราบผลในวันที่ 28 มี.ค.63

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.63 พ.ต.อ.ณรัชต์  ชี้แจงตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าพบผู้ป่วยเพิ่ม 107 คน รวมผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยทั้งสิ้น จำนวน 934 คน รวมถึงมีผู้ต้องขังติดเชื้อในพื้นที่หลายจังหวัด นั้น กรมราชทัณฑ์ขอชี้แจง ดังนี้

​​1. เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 กรมราชทัณฑ์ได้รับฝากผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์รายหนึ่งจากกรมคุมประพฤติ ซึ่งถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ จึงได้ควบคุมตัวไว้ ณ สถานที่เพื่อรอการตรวจพิสูจน์(บริเวณข้างเรือนจำกลางคลองเปรม) ต่อมาวันที่ 20 มีนาคม 2563 เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้เข้ามาตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จากผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์รายดังกล่าว เนื่องจากการสอบสวนโรคพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุมติดเชื้อโควิด-19 ต่อมากรมควบคุมโรคได้ยืนยันว่า ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์รายดังกล่าวติดเชื้อโควิด-19 จึงได้ประสานงานกับกรมคุมประพฤติขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว และได้นำส่งโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี เพื่อทำการบำบัดรักษาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 แล้ว

​​2. เรือนจำกลางราชบุรี พบผู้ต้องขังรายหนี่งเข้าข่ายต้องสงสัยตรวจคัดกรองเบื้องต้นผลเป็นบวก ต้องรอการตรวจยืนยันผลอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

​​3. เรือนจำจังหวัดสระบุรี และเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา จากการสอบสวนโรคโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่ามีผู้ต้องขังแห่งละ 1 ราย เข้าข่ายต้องสงสัย เนื่องจากมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ (ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อ) จึงได้ส่งตัวไปสังเกตอาการ รอการตรวจสอบน่าจะทราบผลในวันพรุ่งนี้

​​4. ส่วนเรือนจำกลางเพชรบุรี และเรือนจำจังหวัดปราจีนบุรี ยังไม่พบผู้ต้องขังรายใดเข้าข่ายต้องสงสัย น่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนของข่าว

กรมราชทัณฑ์ ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรค โดยได้มีการให้ความรู้และร่วมกันวางมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรค รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการรักษา อาทิเช่น การคัดกรอง แยก กักกัน ผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายการ งดการเยี่ยมญาติ งดการออกทำงานฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการนอกเรือนจำ เป็นต้น จึงใคร่ขอให้พี่น้องประชาชนที่มีญาติมิตรอยู่ในเรือนจำต่างๆ อย่าได้วิตกกังวล เนื่องจากกรมราชทัณฑ์ได้วางมาตรการป้องกันไว้อย่างเต็มที่เพื่อป้องกันมิให้ผู้ต้องขังกว่า 380,000 ราย และเจ้าหน้าที่กว่า 13,000 คน ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว และได้มีการตั้งวอร์รูมที่กรมราชทัณฑ์ รายงานติดตามสถานการณ์ทุกวัน