“ลุงตู่” เกาะติดสถานการณ์ม็อบ เร่งหาทางออกเพื่อทุกคนอย่างสันติ ย้ำชัดไม่แทรกแซงการทำงานตร. สั่งจับ “เพนกวิน”

0

จากกรณีที่มีการรวบตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น ต่อมาทางด้านพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เปิดเผยว่าจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์

ในเบื้องต้นพบพยานหลักฐานบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อคดี แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวน พร้อมย้ำว่าการจับกุมนายพริษฐ์ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : น.1 ค้นบ้าน “เพนกวิน” พบหลักฐานเป็นประโยชน์ต่อคดี เผยมีแกนนำอยู่ในข่ายถูกดำเนินคดีอีกเพียบ

ล่าสุดนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของสภาผู้แทนราฎษรและการชุมนุมประท้วงของนิสิต นักศึกษา

โดยเห็นว่าในสถานการณ์ปัจจุบันทุกฝ่ายควรใช้เหตุผลในการนำเสนอ หลีกเลี่ยงการยุยั่ว ปลุกปั่น อันจะเป็นเหตุในการสร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่าย ก่อให้การปะทะและเผชิญหน้ากัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยไม่อยากเห็น

พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยคิดว่าอยู่เหนือการเมืองแต่อย่างใด และพยายามหารือทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันหาทางออก จึงได้ดำริให้มีกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อสะท้อนมุมมอง ความต้องการ ว่าอยากเห็นอนาคตของตัวเองและประเทศชาติเดินไปในทิศทางใด จึงขอเชิญชวนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ แก้ไขปัญหาประเทศ

ในสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ คาดหวังให้สภาผู้แทนราษฎรได้ใช้กลไกที่มีอยู่แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตามหลักของกระบวนการประชาธิปไตย ขณะที่รัฐบาลก็เตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้นิ่งเฉยกับข้อเรียกร้องของผู้แทนและภาคส่วนต่าง ๆ ดังนั้น จึงขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อหาทางออกจากสถานการณ์นี้ เพราะว่าปัญหาทางการเมืองนั้น ควรถกเถียงและแก้ไขกันในสภา เพราะสภาคือตัวแทนของประชาชน


“ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรมทางการเมืองนั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไม่ได้มีการสั่งการ แต่เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และย้ำว่านายกฯไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่”