เพนกวินถอนหงอกหญิงหน่อยริสอนอย่าก้าวล่วง เจอฉีกหน้ากลับส่งคนดูแลเด็ก ๆ ถึงหน้าโรงพัก

0

จากกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีการปราศรัยจาบจ้วงสถาบันตามที่เป็นข่าวว่า ตลอดชีวิตการทำงานการเมืองของตนมีจุดยืนเดียวมาตลอด คือการทำงานการเมืองภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ตนเห็นด้วยกับการต่อสู้กับเผด็จการ ตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และหยุดคุกคามประชาชน เพราะถือว่าเป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุผล และอยู่ในวิสัยที่ทุกฝ่ายจะแสวงหาความร่วมมือกันได้ แต่ไม่ควรก้าวล่วงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้ง แตกแยกของคนในชาติ จนอาจเป็นเหตุของการรัฐประหารยึดอำนาจอีกครั้ง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต่อมา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำเยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารัก ว่าขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับการแถลงของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

การปราศรัยของเราเป็นไปตามหลักเสรีภาพ ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่มีคำใดเลยเป็นความเท็จ เป็นความจริงว่าด้วยปัญหาที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่กล้าพูดถึงแต่ซุกไว้ใต้พรมมาตลอด ดังนั้น อย่าสั่งสอนห้ามปรามเราเมื่อเราลุกขึ้นมาพูดความจริงเลยครับ

ในทางตรงกันข้าม ผมขอเรียกร้องให้นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรครวมถึงพรรคเพื่อไทยลุกขึ้นมาพูดสิ่งที่เราเรียกร้องกลางสภา เราจะได้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กันสักที นี่คือหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่ลงคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าขณะนี้ สส. พรรคเพื่อไทย สส. เก่ง การุณ โหสกุล สส. อนุสรณ์ ปั้นทอง และเพื่อนสส. และอดีตสส.เพื่อไทยได้ไปปักหลักที่ สน. บางเขน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้น้องๆนักเรียน นิสิตนักศึกษาอยู่ขณะนี้

โดยพรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ให้ #หยุดคุกคามประชาชน โดยเฉพาะนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่ได้ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการแสดงออกถึง ข้อเรียกร้องให้รัฐบาล
-ยุบสภา
-หยุดคุกคามประชาชน
-แก้ไขรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อให้ตระหนักว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนรวมทั้งต้องปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และที่สำคัญที่สุดคือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกฏหมายและหลักนิติธรรม โดยควรคำนึงถึงหลักเมตตาทำต่อผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชน

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรงจนกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ซึ่งจะไม่ส่งผลดีทั้งต่อประชาชน ประเทศชาติ และต่อตัวรัฐบาลเอง