อดีตรองอธิการฯมธ. จี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายต่อสังคม ปล่อยคนนอกอ้างชื่อ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์

0

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายต่อสังคม ปล่อยคนนอกอ้างชื่อ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์

เป็นที่วิพากษฺวิจารณ์อย่างกว้างขว้างจากกรณีที่ทางด้านของ กลุ่มนักศึกษาหนุ่มสาว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใช้ชื่องานว่า “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เมื่อวันที่ 10 สิ.ค.63 ที่ผ่านมา

ได้จัดกิจกรรมทางการเมือง โดยบนเวทีการปราศัยได้มีการฉายภาพโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ เป็นรูป “นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” และ “นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” ซึ่งเป็น 2 ผู้ต้องหาที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ยังมีข้อความและสัฐลักษณ์ที่ส่อเสียดในทางดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างชัดเจนนับเป็นเรื่องมิบังควรเป็นอย่างยิ่ง

…ล่าสุดรศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr  แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกรณีดังกล่าว ระบุว่า.. คงไม่ต้องพูดให้มากความว่าการชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีจุดมุ่งหมายอะไร

เข้าใจได้ว่า จุดยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คือ ต้องเปิดกว้าง ไม่ว่าจะกลุ่มไหน ยืนอยู่ฝ่ายใดในทางการเมือง ล้วนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการขออนุญาตใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในกรณีการชุมนุมครั้งนี้ ผู้ขออนุญาตใช้สถานที่ไม่ใช่องค์กรใดๆในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ใช่องค์การนักศึกษา ไม่ใช่สภานักศึกษา ไม่ใช่คณะหรือหน่วยงานใดในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชื่อผู้จัดงานคือ สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย แต่กลับใช้ชื่อการชุมนุมว่า“ธรรมศาสตร์จะไม่ทน

เพียงแค่ชื่ออย่างเดียวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ไม่น่าจะอนุมัติให้ใช้สถานที่ได้ เพราะเป็นการเอาชื่อธรรมศาสตร์ไปใช้ โดยพลการ เป็นการอ้างแบบตีขลุมว่าชาวธรรมศาสตร์โดยรวม อันหมายถึงผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาและศิษย์เก่า “จะไม่ทน”กับอะไรก็ตาม

ก่อนจะใช้ชื่อนี้ ผู้จัดเคยไปถามตัวแทนของชาวธรรมศาสตร์ประเภทต่างๆหรือไม่ว่าเขาคิดอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่ จริงๆแค่เห็นชื่อหัวข้อการชุมนุม และชื่อผู้ที่จะมาพูดบนเวที ก็บอกได้แล้วว่า จะพูดจะเกี่ยวกับอะไร ไม่เข้าใจว่าผู้ที่อนุมัติให้ใช้สถานที่ไม่ทราบได้อย่างไร ว่าจะมีการพูดจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อประมาณปีพ.ศ.2521 – 2528 เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีรองอธิการบดีฝ่ายการนีกศึกษาที่ชื่อ
รองศาสตราจารย์(ตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น) นรนิติ เศรษฐบุตร ซึ่งผมทำงานเป็นผู้ช่วยท่านตลอดระยะเวลาดังกล่าว

ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ไม่นาน นักศึกษาจัดกิจกรรมการเมืองกันบ่อยมาก นักกิจกรรมในยุคนั้นจะรู้ดีว่า อ.นรนิติก่อนอนุมัติให้จัดกิจกรรมได้ จะต้องพูดคุยกับผู้จัดถึงเนื้อหา และชื่อผู้ที่จะขึ้นพูดว่ามีใครบ้าง มีการต่อรอง ผ่อนสั้นผ่อนยาวซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่ท่านเน้นย้ำมากที่สุดคือ อย่าได้มีใครพูดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นอันขาด

เมื่ออนุมัติให้จัดแล้ว ท่านและผมก็จะอยู่ดูแลจนงานเลิก หากมีการพูดอะไรที่หมิ่นเหม่จะล้ำเส้น เราก็จะคอยปรามนักศึกษาทุกครั้ง ทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี เสมอ

กลับมากรณีการชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เมื่อมีการพูดจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายที่ชัดแจ้ง ควรหรือไม่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีคำอธิบายอย่างเป็นทางการต่อชาวธรรมศาสตร์ และต่อสังคมโดยรวมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำไมจึงปล่อยให้ผู้จัดเอาชื่อธรรมศาตร์ไปใช้ได้ แทนที่จะมีเพียงท่านรองอธิการบดีท่านเดียวชี้แจงอยู่ใน face book ส่วนตัว ผู้มีส่วนได้เสีย( stake holders)ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จำนวนมากเขาอยากฟังครับ

คงไม่ต้องพูดให้มากความว่าการชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต…

Posted by Harirak Sutabutr on Monday, August 10, 2020