นายกฯ ได้ดูการชุมนุมหมิ่นพระมหากษัตริย์ ลั่นดัง ไม่สบายใจมาก

0

พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เคลื่อนไหว แสดงความไม่สบายใจอย่างมาก หลังจากกลุ่มนักศึกษาหนุ่มสาวชาวธรรมศาสตร์รังสิต ฉายภาพโปรเจคเตอร์ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

จากกรณีที่ทางด้านของ กลุ่มนักศึกษาหนุ่มสาวชาวธรรมศาสตร์รังสิต ได้จัดกิจกรรมทางการเมือง โดยบนเวทีการปราศัยได้มีการฉายภาพโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ เป็นรูป “นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” และ “นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” ซึ่งเป็น 2 ผู้ต้องหาที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ

ซึ่งนอกจากเป็นภาพของทั้ง 2 คนแล้ว ยังมีข้อความและสัฐลักษณ์ที่ส่อเสียดในทางดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างชัดเจน ซึ่งภาพดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไป จนกลายเป็นประเด็นถึงความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

หลังจากนั้นได้มีนักวิชาการชื่อดังในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงความไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งล่าสุดทางด้านของ “วาสนา นาน่วม” ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ถึงความคืบหน้าล่าสุด กับการแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงความไม่สบายใจเป็นอย่างมาก กับการรวมตัวชุมนุมในครั้งนี้ โดยโพสต์ข้อความว่า

“บิ๊กตู่” ไม่สบายใจ!!

นายกฯเผย ดูการชุมนุม ที่ธรรมศาสตร์ เมื่อคืน

ก็ดูสิจ้ะ จะไม่ได้ดูได้ยังไง ดูแล้วก็ไม่สบาย. ปัดตอบ 10 ข้อเสนอ !!

“บิ๊กตู่” ไม่สบายใจ!!นายกฯเผย ดูการชุมนุม ที่ธรรมศาสตร์ เมื่อคืน“ก็ดูสิจ้ะ จะไม่ได้ดูได้ยังไง ดูแล้วก็ไม่สบาย. ปัดตอบ 10 ข้อเสนอ !!

Posted by Wassana Nanuam on Monday, August 10, 2020

โดย 10 ข้อ ที่แนวร่วมธรรมศาสตร์ ขอเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาว่าด้วยสถาบันกษัตริย์ดังต่อไปนี้

1. ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ และเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร

2. ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงเปิดให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน

3. ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน

4. ปรับลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันกษัตริย์ ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

5. ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ชัดเจน เช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น และหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรีนั้น ให้ยกเลิกเสีย

6. ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด

7. ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ

8. ยกเลิกการประชาสัมพันธ์และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียวจนเกินงามทั้งหมด

9. สืบหาความจริงเกี่ยวกับการสังหารเข่นฆ่าราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์หรือมีความข้องเกี่ยวใด ๆ กับสถาบันกษัตริย์

10. ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก