รศ.ดร.แสงเทียน ปธ.ยุทธศาสตร์วิจัยทิศทางไทย ชี้ 6 ประเด็นที่การชุมนุมประท้วงมุ่งนำไทยไปสู่รัฐล้มเหลว

0

บทความพิเศษ :๖ ประเด็นที่การชุมนุมประท้วงมุ่งไปเพื่อนำไทยไปสู่รัฐที่ล้มเหลว (Fail State) โดย รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา ประธานยุทธศาสตร์วิจัยสถาบันทิศทางไทย

รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา

จากกรณี ที่มีการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มที่อ้างประชาธิปไตยพร้อมๆ กับการมีการเลือกตั้งซ่อมที่ ส.ส. เขต ๕ จ.สมุทรปราการ แทนตำแหน่งที่ว่าง จากเหตุศาลฎีกามีคำพิพากษาสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ทราบดีว่ากลุ่มที่กำลังผลักดันไปสู่การชุมนุมเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสั่นคลอนรัฐบาล

แต่ก็แสดงให้เห็นหลายต่อหลายเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนในประเทศนี้ไม่ค่อยสบายใจเนื่องจากเห็นว่า การเรียกร้องและการดำเนินการในการชุมนุมไม่ได้มุ่งสั่นคลอนรัฐบาลและนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยในชาติ แต่กลับมีท่าทีเพื่อมุ่งสั่นคลอนล่วงละเมิดไปยังสถาบันหลักของชาติมาอย่างต่อเนื่องจนมาถึง การจัดชุมนุมใหญ่ในสถานที่แห่งตำนานการต่อสู้เพื่อชี้ให้คนทั้งโลกเห็นว่าเป็นการต่อสู้ที่มีลักษณะเหมือนการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในอดีต คือการต่อสู้ในตำนาน “เหตุการณ์เดือนตุลา” เพื่อขับเคลื่อนการต่อสู้ไปยังช่วง ตุลาคม ๒๕๖๓ แล้วจะชูสถานการณ์ต่อไปหรือไม่

เมื่อได้พิจารณาย้อนกลับมาเรื่องการต่อสู้เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในชาติ จากการกล่าวอ้างของการชุมนุมมาโดยตลอดด้วยวาทะที่จะ ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่มาจากพวกเผด็จการ การด้อยค่าสมาชิกวุฒิสภา และมุ่งกล่าวหารัฐธรรมนูญว่าบิดเบี้ยว ที่พวกตนจะไม่ทนอยู่กับประเทศที่เป็นแบบนี้ ต้องปรับใหม่ รี้อใหม่ ทั้งหมดของประเทศนี้ แต่เมื่อพิจารณาการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อมที่ ส.ส. เขต๕ จ.สมุทรปราการ กลับไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ทั้งๆ ที่การเลือกตั้งคือสิ่งที่เรียกร้องมาตั้งแต่ต้นว่า “อยากเลือกตั้ง

ซึ่งทุกคนก็มองเห็นร่วมกันในประเด็นนี้ว่าการเลือกตั้งเป็นกระบวนการสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่านี่คือการเป็นใหญ่ของประชาชนที่จะให้ตัวแทนเข้าไปในการปกครองที่ใช้รัฐสภา หลายคนก็สงสัยกับการต่อสู้ของฝ่ายที่เรียกว่าประชาธิปไตยอย่างมากว่า ถ้าต้องการเรียกร้องก็ช่วยกันตรวจสอบ เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้งอย่างเอาจริงเอาจัง แต่ก็มิได้นำพาในเรื่องนี้ หรือว่ากลัวว่าถ้าไปยุ่งเรื่องนี้แล้วยังแพ้การเลือกตั้งก็จะเสียหน้าเหมือนที่เคยดำเนินการมาแล้วตอนเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม

การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมันจึงดูไม่ค่อยเป็นไปในทิศทางที่ต้องการพัฒนาประชาธิปไตยเลยจริงๆ แต่ในประเด็นที่สังคมกำลังเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้นว่าเป็นการขับเคลือนการชุมนุมเรียกร้องเพื่อสั่นคลอนเสาหลักของชาติ โดยอาศัยสถาบันการศึกษาและนักเรียนนักศึกษาเป็นตัวขับเคลื่อนสร้างภาพออกสู่สาธารณะ แต่การดำเนินการจัดทำโดยเครือข่ายที่มีการจัดตั้งอยู่ในเครือข่ายออนไลน์ ต่อสู้สอดคล้องประสานกันไปพร้อมกับการสร้างภาพออกสู่สาธารณะให้เห็นการออกมาเรียกร้องชุมนุมมาจากพลังบริสุทธิ์เหมือนที่เคยเกิดมาในอดีต ทั้งๆ ที่ขับเคลื่อนโดยทีมจัดตั้งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา

การเกิดขึ้นของเหตุการณ์ชุมนุม ที่รุกเร้าสังคมในประเด็นที่หลายฝ่ายเริ่มมองเห็นอันตราย มีประเด็นที่น่าสนใจ ถ้านำประเด็นมาวิเคราะห์ก็สามารถแยกแยะเป็นรายประเด็นที่น่าสนใจทางวิชาการ คือ.

๑.ใช้สถาบันการศึกษาและนักเรียน นักศึกษาเป็นศูนย์การขับเคลื่อน เพื่อมุ่งไปสู่การต่อสู้เหมือน “คนตุลา” ในอดีต และมีการประท้วง ชุมนุมที่จะมุ่งไปในแนวทางของการเกิดขึ้นในการต่อสู้ของเยาวชนในฮ่องกง และมุ่งให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงเมื่อเกิดเหตุการณ์เพื่อยุติการดำเนินการนี้

๒.ประสานทีมการสร้างข่าวสารโดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ออกมาสอดประสานอย่างต่อเนื่อง ชี้ประเด็นวัฒนธรรมไทย และสิ่งที่เคยมีเป็นความล้าหลัง ไปพร้อมกับข่าวการต่อสู้เพื่อสิ่งที่จะวัฒนาชาติให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความหวังของคนรุ่นใหม่ เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ในสมัยของคนรุ่นนี้ โดยวาทกรรม “ให้จบในรุ่นเรา

๓.มีการให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบทั้งการจัดการ ค่าใช้จ่าย การสื่อสารประชาสัมพันธ์ การสร้างภาพ การดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมาย ฯลฯ เพื่อการชุมนุมเรียกร้อง โดยใช้ประเด็นใดก็ได้ แต่มุ่งให้เห็นว่าการเป็นอยู่ในปัจจุบันของประเทศไม่ปกติ ล้มเหลม ล้าหลัง และ “ไม่เป็นประชาธิปไตย”

๔.แกนนำที่เคยเสนอแนวคิดในการสั่นคลอนประเทศ สั่นคลอนเสาหลักของชาติ เปิดประเด็นสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่องว่า ขณะนี้เกิดความ “เกลี่ยดชัง” “คลั่งแค้น” “เดือดดาล” … ฯลฯ … จึงออกมาเรียกร้องในเปลี่ยนประเทศนี้

๕.ใช้การยั่วยุ ด้วยการพาดพิงสถาบันที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน เพื่อจุดประเด็นของการต่อต้านกันเองของกลุ่มอื่นที่คิดต่างและปกป้องสถาบัน เพื่อแยกกลุ่มการต่อสู้และหาเนวร่วมที่มองว่ากลุ่มตนได้รับการต่อต้าน การถูกปิดปาก หรือถูกกระทำจากกลุ่มคนอีกกลุ่ม และจากภาครัฐเมื่อมีการดำเนินคดี เพื่อสร้างกลุ่มคนให้เป็นไปตามสิ่งที่แกนนำเคยกล่าวไว้ทั้ง  เกลี่ยดชัง คลั่งแค้น และ เดือดดาล

๖.สร้างความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง จนเศรษฐกิจล้มเหลว ทุกอย่างถูกกระทบเพื่อให้เห็นความล้มเหลวในทุกมิติ จนประเทศไทยกลายเป็น รัฐที่ล้มเหลว หรือ “Fail State” และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง “การปฏิวัติประชาชน”

 

นี่คือ ๖ ประการสำคัญที่มองเห็นได้จากการต่อสู้เรียกร้องชุมนุมเพื่อก้าวไป ที่ทุกคนในประเทศไทยต้องตระหนัก โดยการต่อสู้นั้นสร้างการเรียกร้องที่สวยงามกับคำว่า “ประชาธิปไตย” แต่การต่อสู้นั้นเรียกร้องและดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามการวิเคราะห์หรือไม่ เป็นเรื่องของ คนไทย ประชาชนไทย และ พสกนิกรไทย ทุกคน