“บิ๊กตู่” เล่าความรู้สึกต่อคดี “บอส อยู่วิทยา” ถึงขั้นลั่นสัญญาต่อหน้าทูต “ผมไม่ปล่อยแน่” พร้อมลากคอคนผิดรับโทษ

0

จากกรณีที่มีผู้สื่อข่าวจำนวนมากเริ่มสับสน เรื่องของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ว่าในขณะนี้เขาสามารถเดินทางเข้าออกประเทศไทยได้ตามปกติแล้วจริงหรือไม่

ต่อมาทางด้านของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้เปิดเผยข้อมูลในส่วนของการเดินทางเข้าประเทศไทย ของทางด้าน นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ว่าได้มีการลบข้อมูลแล้ว ตามที่ทางด้าน สน.ทองหล่อ ขอยกเลิกหมายจับ ซึ่งในขณะนี้ทางด้านของ นายวรยุทธ สามารถที่จะเดินทางเข้าออกประเทศไทยได้ โดยจะต้องฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ คือต้องถูกกักตัว ในสถานที่กักกันโรคที่รัฐจัดหาไว้ให้เป็นเวลา 14 วัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : กลัวโควิด แต่ลืมกลัวหลบหนี!?! สตม.ยืนยัน “บอส อยู่วิทยา” สามารถ เข้า-ออกประเทศไทยได้ แค่ต้องกักตัว 14 วัน!?!

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานกล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ Bangkok Post Forum 2020 : “พลิกฟื้นประเทศไทย: ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง” โดยมีนักธุรกิจ และคณะทูตานุทูต เข้าร่วมฟัง ถึงคดีของนายบอส ที่ประชาชนติดตามข่าวอยู่นั้น ว่า

กรณีนี้แสดงให้เราเห็นได้ชัดเจนถึงความสาคัญของสื่อที่มีต่อ สังคมไทย และนั่นคือเหตุผลที่ตนเชื่อว่า ในประเทศไทย สื่อต้องมีความเป็นอิสระ และมีความแข็งแรง ต้องมีจรรยาบรรณ สื่อคือฐานันดรที่ 4 ต้องมีหลาย ๆ อย่าง ต้องวางตัวเป็นกลาง เสนอข่าวที่เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเรื่องนี้ ท้าทายระบบยุติธรรมและระบบกฏหมาย และกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อระบบรัฐทั้งหมด

 

“ผมจึงขอแสดงจุดยืนของผม ในเรื่องบอสกระทิงแดง ว่า “ผมไม่โอเค” กับหลายเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน ผมต้องการให้มีความโปร่งใส ผมจะผลักดัน และผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ผมพร้อมที่จะดำเนินการ หลังจากเห็นข้อสรุปของคณะกรรมการที่ผมตั้งขึ้น ซึ่งมีความเป็นอิสระ และประกอบไปด้วยผู้ที่เป็นที่ยอมรับของสังคม

ทั้งในเรื่องความรู้และความเป็นกลาง และพร้อมที่จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่มีอยู่ คดีนี้ถือเป็นคดีได้อีกหลายแสนหลายล้านคดีในประเทศไทยเป็นคดีที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะไม่ต้องการให้ทุกอย่างสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อไป”