อดีตผู้พิพากษาหน.คณะศาลฏีกา อบรมต้อมหากคิดว่าดีให้ลูกตัวเองหยุดเรียนเอง

0

จากที่ต้อม-ยุทธเลิศ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง เปิดแนวคิดแนะนำกลุ่มเยาวชน ไม่ต้องเข้าเรียน ให้ออกมาประท้วง เพื่อแสดงอำนาจในการต่อรอง โดยไม่คำนึงถึงตัวเยาวชนเองผ่านทวิตเตอร์ I​J​P​-​MEMBER ซึ่งเป็นของ “นายยุทธเลิศ สิปปภาค”

ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ซึ่งมีความชัดเจนในการต่อต้าน รัฐบาล และ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาโดยตลอด ทั้งหลังจากที่มี ม็อบเยาวชน โผล่ขึ้นมา ทางด้านของ ต้อม-ยุทธเลิศ ก็ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด แบบออกนอกหน้า

ล่าสุดผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความที่เป็นแนวคิดเชิงยุยง ผ่าน twitter ส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า I​J​P​-​MEMBER โดยเสนอแนะให้เด็กนักเรียน และนักศึกษารวมตัวไม่เข้าห้องเรียน และหันมาประท้วง รวมถึงให้ผู้ปกครองไม่ต้องจ่ายค่าเทอม ดูเหมือนเสนอแนวคิดเอาสะใจ มากกว่าจะเป็นผลดีกับตัวเยาวชน โดยได้โพสต์ข้อความดังต่อไปนี้

 

 

น้องๆลองแบบนี้มะ?

นักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ พร้อมใจกันประท้วงด้วยการ “ไม่เข้าห้องเรียน”

ผู้ปกครองทั้งหมดพร้อมใจกัน “งดจ่ายค่าเทอม ตลอดปีที่พวกสลิ่มนี้ยังอยู่ในอำนาจและตำแหน่ง

*และมาดูกันว่า โรงเรียนกับนักเรียน ใครกันแน่ที่เป็นใหญ่

ขณะที่นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กระถึงเรื่องที่มีคนเรียกร้องให้เด็กนักเรียน-นักศึกษาประท้วงไม่เข้าห้องเรียนด้วยว่า

…..มีผู้เรียกร้องให้นักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศพร้อมใจกันประท้วงด้วยการ “ไม่เข้าห้องเรียน” และผู้ปกครองทั้งหมดพร้อมใจกัน “งดจ่ายค่าเทอม” ตลอดปีที่พวกสลิ่มนี้ยังอยู่ในอำนาจและตำแหน่ง

…..การเรียกร้องนักเรียนนักศึกษาไม่ให้เข้าห้องเรียนเท่ากับยุยงส่งเสริมให้เด็กเยาวชนของชาติไม่ต้องเรียนหนังสือไม่ต้องศึกษาหาความรู้ ถ้าผู้ที่เรียกร้องเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีก็ควรจะให้บุตรของตนเองหรือของญาติสนิทมิตรสหายทำเป็นตัวอย่างไปก่อน แต่นักเรียนนักศึกษาที่ต้องการศึกษาหาความรู้เพื่ออนาคตของตนเองคงไม่เอาด้วย

…..ส่วนที่เรียกร้องให้ผู้ปกครองงดจ่ายค่าเทอมนั้น ผู้ปกครองของนักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่คงไม่ได้คิดว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นใคร เพราะคนที่มีปัญญารู้จักคิดต้องแยกเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองกับการศึกษาของบุตรออกจากกันได้ คิดเพียงให้บุตรของตนได้เรียนหนังสือเพื่อจะได้มีความรู้มีปัญญาเพื่อประกอบอาชีพและรู้จักคิดอะไรควรอะไรไม่ควรเท่านั้น

…..ถ้าพิจารณาถึงจำนวนนักเรียนชั้นมัธยมปลายในปีการศึกษานี้ทั่วประเทศมีประมาณ 1,900,000 คน แต่มีนักเรียนที่ออกมาร่วมกับขบวนนักศึกษาชุมนุมและยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลทั่วประเทศรวมกันแล้วน่าจะมีไม่เกิน 10,000 คน

…..ส่วนนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ออกมาชุมนุมทั่วประเทศรวมกันแล้วก็น่าจะมีไม่เกิน 20,000 คน จากจำนวนนิสิตนักศึกษาทั้งหมดประมาณ 2,000,000 คน

…..จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่า มีนักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่ประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ในประเทศนี้มีปัญญาเฉลียวฉลาดมีความรู้สึกนึกคิดได้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ดีกว่าผู้ที่ออกมาเรียกร้องดังกล่าวข้างต้นมาก

ที่มา : เฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng