ศาลพิพากษาจำคุก10แก๊งแชร์เพจ KonthaiUK หมิ่นประวิตรซื้อดาวเทียม9.1หมื่นล้าน

0

จากที่เมื่อวันที่ 3ส.ค.63 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีแชร์โพสต์เพจ KonthaiUK หมายเลขดำ อ.444/2563 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสุทัศน์ ประตัง หรือ ปะตัง กับพวกรวม 21 คน เป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ทั้งนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2563 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2561 นางวัฒนา เอ็บเบจซ์ ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง และเป็นสมาชิกเว็บไซต์เฟซบุ๊กดอทคอม ชื่อสมาชิก “KhonthaiUK” ได้ลงภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมบรรยายข้อความว่า “นี่ก็อีกตัว …แดกเพื่อชาติ ศรีสุวรรณ ค้านกลาโหมซื้อดาวเทียม 9 หมื่นล้านชี้ ใช้ละเมิดสิทธิ-ส่องได้ทุกวินาที เรือเหาะก็ซื้อมาซ่อม ยังจะซื้อดาวเทียม 91,200 ล้านมาแดกอีก…จะยอมมันอีกมั๊ย” พร้อมภาพและข้อความอื่นๆ

“ซึ่งข้อความดังกล่าวคนอ่านเข้าใจได้ว่า ขณะนั้น พล.อ.ประวิตร มีโครงการจะจัดซื้อดาวเทียม ราคา 91,200 ล้านบาท มาเพื่อใช้ละเมิดสิทธิของประชาชน และหาผลประโยชน์จากการจัดซื้อดาวเทียมดังกล่าว ซึ่งล้วนเป็นเท็จ เพราะความจริงแล้วกระทรวงกลาโหมไม่มีโครงการที่จะซื้อดาวเทียมราคา 91,200 ล้านบาท มาเพื่อละเมิดสิทธิของประชาชนแต่อย่างใด”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ต่อมาระหว่างวันที่ 4-11 มิ.ย. 2561 จำเลยทั้งหมด ได้นำข้อความดังกล่าวไปโพสต์ลงใน Facebook เป็นการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหมดตามความผิดด้วย และจำเลยได้รับการประกันตัว

ปรากฏว่า ในชั้นสอบคำให้การ เฉพาะนายสุเทพ หิรัญฤทธิ์ จำเลยที่ 2 นายธนพันธ์ แพงไกรษร จำเลยที่ 5 นายคมสันต์ เทพซ้าย จำเลยที่ 6 น.ส.ณฤทัยรัตน์ ศิลารัตน์ จำเลยที่ 11 นายเสรี สกุลศักดิ์พินิจ จำเลยที่ 12 น.ส.นฤมล บัวนวล จำเลยที่ 14 นางประจวบ คุ้มญาติ จำเลยที่ 16 นางไพรจิตรา ยมนา จำเลยที่ 18 ร.ต.อุบลศักดิ์ สามารถ จำเลยที่ 20 และ นายพงศธร วงค์ประเสริฐ จำเลยที่ 21 รวมทั้งหมด 10 คน ให้การรับสารภาพ ศาลจึงสั่งสืบเสาะประวัติการกระทำความผิด เพื่อประกอบคำพิพากษา

โดยในวันนี้จำเลยทั้ง 10 คน เดินทางมาศาลเพื่อฟังการพิจารณา ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดโดยการเผยแพร่ หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งจำเลยทั้งหมดรับสารภาพ พิพากษาให้ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2, 5, 6, 11, 12, 14, 16, 18, 20, 21 คนละ 2 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท

แต่จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เหลือคงจำคุกคนละ 1 ปี และ ปรับ 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดเคยจำคุกมาก่อน จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี