จตุพรชี้อย่าเห็นแค่อาชีวะช่วยชาติไม่กี่คนป้องสถาบัน ต้องดูหลังฉากมโหฬาร

0

จากกรณีที่มีการเคลื่อนไหวของ “กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ”ออกมาปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในวันที่ 30 ก.ค.63 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมตัวกันขึ้น มีการแถลงการณ์แสดงเจตนาในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

ล่าสุด นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้กล่าวถึงการปรากฏตัวของกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ในเฟซบุ๊กไลฟ์ PEACETALK ไว้ช่วงหนึ่งอย่างน่าสนใจและติดตามว่า

การปรากฎตัวของกลุ่มอาชีวะเพื่อชาติ ไม่ได้มากเหมือนขบวนการนิสิต นักศึกษา แต่อย่ามองเท่าที่ตาเห็น เพราะปรากฎการณ์เช่นนี้ ไม่ธรรมดา ดังนั้น ถัดจากนี้ไปเกิดเหตุการณ์ใดๆได้ตลอดเวลา และการหลีกเลี่ยงเพื่อเผชิญหน้าจึงเป็นสิ่งถูกต้อง

“อย่าดูแค่ภาพคนไม่กี่คนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเพียงปรากฎการณ์ แต่หลังฉากมโหฬาร ที่พูดไม่ใช่ความน่ากลัว แต่ต้องการอธิบายว่า การต่อสู้แม้วางแผนไว้ดี ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถทัดทานกับอำนาจที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี เพราะเราทำได้อย่างมากเต็มที่คือการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่การต่อสู้ทางการทหาร การอยู่กลางแจ้งเป็นการต่อสู้ทางการเมือง เมื่อถูกปฎิบัติการทางการทหาร คนต่อสู้ทางการเมืองมือเปล่า ไม่มีทางต่อสู้กันได้”

ตนเข้าใจดีว่า วันนี้เป็นวันของคนหนุ่มสาว และตนมองปรากฎการณ์อย่างเข้าใจ มีความปรารถนาดีไม่มีความคิดเป็นอย่างอื่น สิ่งที่ตนพูดนั้น ต้องการเตือนให้ระวังในขั้นสูงสุด และดีที่สุดคือการร่วมทำงานกับตำรวจ เพราะสิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกันในเรื่องการตั้งจุดตรวจตราความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกับตำรวจยังมีความจำเป็น อย่างน้อยเป็นเกราะป้องกัน และสถานการณ์จากนี้ไปจะพัฒนาขึ้น เกิดกระทบกันเมื่อไร ถึงขั้นต้องประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึกได้ตลอดเวลา

“จึงหวังกันว่า ดอกไม้ที่บานในคราวนี้จะจบลงด้วยความยิ่งใหญ่ แต่เรื่องนี้จะจบลงได้ทุกอย่างอยู่ที่ผู้นำรัฐบาลยื่นมือมารับข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ยิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา”

ทั้งนี้นายจตุพร ยังกล่าวอีกว่า ตนเคยคัดค้านการตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไข รัฐธรรมนูญมาแต่ต้น ตนเสนอให้ยื่นแก้ไข ม. 256 มาตราเดียวเพื่อเปิดประตูให้แก้ไข รธน.โดยให้เลือก สสร. คืนอำนาจกลับสู่ประชาชน และข้อเรียกร้องของนักศึกษา ก็เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่มีท่าทีชัดเจน หากยื่นมือไปรับข้อเสนอแก้ รธน. แล้วประกาศไทม์ไลน์ชัดเจน จากนั้นยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนทุกอย่างจบลงด้วยชัยชนะของทุกฝ่าย

นอกจากนี้ ประธานนปช.  ย้ำว่า นักศึกษาได้ขอในสิ่งที่รัฐบาลจะทำอยู่แล้วคือแก้รัฐธรรมนูญ อีกทั้ง ส.ว.ยังแสดงเจตนาไม่ต้องการเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้าไม่มี ส.ว.โหวตให้แล้ว ก็ควรคืนอำนาจกลับสู่ประชาชน ซึ่งจะเกิดความรู้สึกว่า เป็นเจ้าของ และเรื่องนี้ควรจบลงด้วยความสุขทุกฝ่าย และข้อเรียกร้องก็ยุติ

ที่มา : เฟซบุ๊ก Peace News