ญาติ “ด.ต.วิเชียร์” เคลื่อนไหวคดี “บอส อยู่วิทยา” บอกได้เงินแล้วก็ไม่คาใจ ซ้ำผลตรวจพบ “โคเคน” ในร่างกาย ยังแย้ง

0

จากกรณีที่นายจารุชาติ มาดทอง หนึ่งในพยานในคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ที่ จ.เชียงใหม่ โดยทางญาติ เปิดเผยว่าเวลาประมาณ 01.40 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแจ้งว่า นายจารุชาติ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน

โดยญาติของนายจารุชาติซึ่งเดินทางไปร่วมรับศพ เปิดเผยอีกว่า นายจารุชาติเคยไปทำงานที่ไต้หวันและ กทม. จากนั้นกลับมาทำงานที่เชียงใหม่ แต่ไม่ทราบว่าทำงานอะไร รวมทั้งไม่รู้ว่านายจารุชาติมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา


ต่อมาในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ขณะที่ นายจารุชาติขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนจะชนเข้ากับคู่กรณีซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ด้วยกัน โดยนายจารุชาติกระเด็นออกจากรถหัวกระแทกพื้นถนนเสียชีวิตส่วนคู่กรณีอีกคันได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ทางด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงผลการชิญพนักงานสอบสวน เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) ชี้แจงคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งกรรมาธิการฯได้ซักถามในประเด็นการตั้งข้อหาของพนักงานสอบสวน 5 ข้อกล่าวหา ว่า ข้อสงสัยสำคัญที่กรรมาธิการได้ซักถามพนักงานสอบสวน คือเหตุใดไม่มีการแจ้งข้อหาพบสารแปลกปลอมที่เกิดจากยาเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา ทั้งที่มีผลตรวจทางนิติเวชวิทยายืนยันจากการตรวจเลือดของวรยุทธ

พนักงานสอบสวนได้ให้เหตุผลที่ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ว่า มีทันตแพทย์ยืนยันว่าได้ให้ยาที่มีส่วนผสมของโคเคนในการรักษาทำฟัน ซึ่งเมื่อดื่มแอลกอฮอร์เข้าไปผสมจะทำให้เกิดสารแปลกปลอมดังกล่าวในร่างกาย แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจน

และไม่มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่า สารดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรักษาฟันจริงหรือไม่ เป็นการชี้แจงปากเปล่าเท่านั้น ตนเห็นว่าประเด็นนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องออกมาชี้แจงและตอบคำถามสังคมให้ชัดเจน เพราะเป็นประเด็นสำคัญ


ล่าสุดทางด้านนายใหม่ กลั่นประเสริฐ อายุ 75 ปี อดีตกำนันตำบลเกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ. ประจวบคีรีขันธ์ กำนันแหนบทอง 2 สมัย เปิดผยว่า ตนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อดาบวิเชียร แต่เนื่องจากเป็นครอบครัวใหญ่ ได้แยกย้ายอาศัยตามจังหวัดต่าง ๆ

ตนอยู่ที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ส่วนพ่อของดาบวิเชียรไปตั้งรกรากที่ จังหวัดชุมพร ซึ่งดาบวิเชียรมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ตนพบกับดาบวิเชียร ครั้งหลังสุดเมื่อคราวที่บวชที่วัดทุ่งคา จ.ชุมพร ขณะอายุได้ 20 ปี และหลังจากบรรจุเข้ารับราชการเป็นตำรวจ ที่สน.ทองหล่อ ก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก

กรณีการเสียชีวิตของ ดาบวิเชียร ทางญาติที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ติดใจ เนื่องจากมีการเยียวยาจำนวนเงิน 3 ล้าน และระหว่างงานศพคู่กรณีเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ ส่วนกรณีเสียชีวิต พี่ชายคนโตเป็นผู้รับเงินเยียวยาจำนวน 3 ล้านบาท และได้แบ่งให้พี่น้องที่เหลือ 3 คน เนื่องจากพ่อแม่ดาบวิเชียร ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ และญาติทั้งหมดไม่ติดใจ


สำหรับตระกูลกลั่นประเสริฐ ต้นกำเนิดอยู่ที่จังหวัดสมุทรสงคราม และแยกย้ายไปตั้งรกรากที่อื่น ๆ ครอบครัวเราเป็นคนจน ประกอบกับตนเองเคยดำรงตำแหน่งกำนันมาก่อน เข้าใจดี การที่มีการช่วยเหลือเยียวยาจำนวนนี้ ถือว่าพอใจ ถึงแม้จะมีข้อเปรียบเทียบก่อนหน้านี้ ที่เสี่ยรถเบนซ์ชนตำรวจเสียชีวิต และจ่ายค่าเยียวยาถึง 45 ล้านบาท ขณะที่บางรายการชนเสียชีวิตได้เงินหลักหมื่นหรือหลักแสน ดังนั้น ยอดเงินจำนวนนี้ ญาติพี่น้องไม่ติดใจ