น้าหงาตอบบก.ใหญ่! ตัวเราไม่เคยเอาตี..ไปเหยียบ ยกเว้นตี..พี่น้องผองเพื่อน?

0

จากที่สุรชัย จันทิมาธร หรือ “น้าหงา คาราวาน” ศิลปินแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความเป็นบทกวีลงเฟซบุ๊ก เมื่อ 28 ก.ค. 2563 โดยมีเนื้อหาว่า อย่าเย่อหยิ่งทะนงตนคนรุ่นใหม่ ไม่กี่ปีผ่านไปมันก็เก่า ความเป็นคนที่แท้อยู่แก่เรา จะแก่เฒ่าสาวหนุ่มก็กลุ่มคน

ต่อมา เวียง-วชิระ บัวสนธ์  บรรณาธิการและเจ้าของสำนักพิมพ์สามัญชน ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง หงา คาราวาน ด้วยว่า

สารภาพ:-พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ก่อนหน้าพุทธศักราช 2530 ผลงานวรรณกรรมของนักเขียนท่านหนึ่งได้ถูกสั่งคมไทยหลงลืมไปแล้วแทบจะสิ้นเชิง

ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งรับบทเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์กำแพงคนแรกนั่นแหละ ที่เป็นคนรื้อฟื้นนำมันกลับมาพิมพ์ใหม่อย่างค่อนข้างเป็นระบบจนครบทุกเล่ม อย่าว่าแต่ขวนขวายไปตามเก็บรวบรวมชิ้นงานสมัยที่เคยปรากฎในจุลสารโรเนียวเมื่อครั้งที่ท่านผู้นี้เข้าป่าและตามที่อื่นๆ อีกต่างหาก ก่อนนำมารวมเล่มในนามสำนักพิมพ์สามัญชน ยังไม่พูดถึงว่าหมั่นยุยงส่งเสริมให้ผลิตผลงานใหม่ๆ หลังจากนั้น กระทั่งรวมมาพิมพ์เป็นเล่มในท้ายที่สุด

ทั้งหมดนี้ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า มันส่งผลให้นักเขียนท่านนี้กลายเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ในอีกกว่าสองทศวรรษถัดมา นับแต่มีการรื้อฟื้นคืนชีวิตดังกล่าว

บรรณาธิการสามัญชนไม่เคยเสียใจกับการทำงานทำการดังกล่าว เพราะปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าผลงานวรรณกรรมของท่านผู้นี้ ก็อยู่ในข่ายที่ถือได้ว่ามีคุณภาพโดยแท้

พูดมาทั้งหมดนี้ หาใช่ลำเลิกเบิกประจานแต่ประการใด เพียงแค่อยากจะเรียนให้ทราบตามประสาพี่น้อง หลังจากเฝ้ามองมามากครั้งหลายหน ไม่ต่ำกว่าห้าหกปีมานี้ แล้วพบว่า สิ่งที่พี่เชื้อท่านนี้ได้สร้างไว้ โดยฉพาะในแง่บทเพลงที่ทรงอิทธิพลต่อคนหนุ่มคนสาวรุ่นใหม่มาตั้งแต่สมัยหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคมนั้น…

ปัจจุบันยิ่งแจ่มชัดแล้วว่า ‘ตัวพี่เองนั่นแหละครับที่ลบมันด้วยตีน!’ สารภาพตามตรง บรรณาธิการสามัญชนเสียใจ-เศร้าใจอย่างที่สุด ที่เห็นพี่หงาคาราวาน ทรยศต่อความคิดความอ่านในวันวานของตัวเองได้ถึงเพียงนี้! และขออภัยท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อย ที่ต้องพลอย ‘ถูกต้ม’ ไปด้วย ขออภัยจริงๆ ครับ

ทั้งนี้หลังจากโพสต์นี้ได้เผยแพร่ออกมา ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้น มี หงา คาราวาน ที่ถูกพาดพิง ได้เข้ามาตอบคอมเม้นต์ด้วย ว่า

 

สุรชัย จันทิมาธร ขอบคุณนะเวียงสำหรับสิ่งที่ผ่านมา เราเองก็ไม่ลืมเหมือนกัน สำหรับงานเพลงที่เวียงกล่าวถึงมันก็เป็นอีกทางหนึ่งที่เราได้ลงมือทำอย่างไม่เคยหยุดยั้ง

แม้ปัจจุบันมันจะกลายเป็นสวนหย่อมที่ร้างรก แต่หลายคนก็ได้ชื่นชมมันอยู่ ตัวเราเองก็ไม่เคยเอาตีนไปลบไปเหยียบ ยกเว้นตีนพี่น้องผองเพื่อนที่เขาเดินผ่านเห็นว่ามันเกะกะทางไม่มีประโยชน์ นั่นก็เป็นเรื่องที่ปรากฏมาและเป็นไป

เรายังทำงานอยู่เหมือนเดิม แก่เฒ่าตามวันเวลา และไม่ได้เสียใจอะไรมากมาย ใครจะคิดจะด่าต่อหน้าหรือลับหลังก็ตามสบาย และจะไม่ตอบโต้ เพราะรู้สึกไม่มีประโยชน์และเสียเวลา ที่ผ่านมาก็ทำได้แค่นั้นแหละ และข้างหน้าที่มีเวลาอยู่ก็คงจะทำงานไปเรื่อยๆ

ที่มา : เฟซบุ๊ก Vieng-Vachira Buason