1เดือนไม่มีนร.ติดเชื้อ! ศบค.ผ่อนคลายกว่า 4,500 ร.ร.กลับไปเรียนปกติ

0

จากที่กระทรวงศึกษาธิการให้จัดเรียนแบบออนไลน์ พร้อมทั้งให้นักเรียนไปโรงเรียนตามมาตรการป้องกันโควิด ขณะที่จะมีการผ่อนคลาย 4,500 กว่าโรงเรียน ให้นักเรียนกลับมาเรียนในห้องปกติ

ล่าสุดวันนี้(27 ก.ค.63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างแถลงสถานการณ์รายวัน ว่า สำหรับแนวทางการผ่อนคลายมาตรการของสถานศึกษา

ซึ่งเปิดมาร่วม 1 เดือน จากที่มีความกังวลว่าเด็กๆที่มีความใกล้ชิดกันอาจติดโรคกันได้ ตอนนี้ทาง ศบค.ชุดเล็กได้ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการประเมินดูชุดทิศทางงานการข่าวว่ามีอะไรบ้าง ที่ผ่านมา เกือบ 1 เดือนยังไม่มีการติดเชื้อในกลุ่มนี้เลย

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

เมื่อมาดูข้อมูลจากคณะกรรมการด้านวิชาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 พบข้อมูลสถิติผู้ป่วยสะสมโรคโควิด-19 ของไทย เด็กเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อค่อนข้างต่ำ จากรายงานมีเพียง 1-6 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มอายุ 0-9 ปี มี 62 ราย หรือ 1.9เปอร์เซ็นต์ กลุ่มอายุ 10-19 ปี 126 รายหรือ3.87 เปอร์เซ็นต์ และไม่เคยพบการป่วยเป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียน และยังไม่มีการระบาดในโรงเรียน ทั้งนี้เป็นเพราะตัวรับเชื้อในโพรงจมูกของเด็กน้อยกว่าผู้ใหญ่ ทำให้การรับเชื้อในเด็กน้อยไปด้วย แต่สิ่งที่กังวลไม่ใช่ว่าการไม่รับเชื้อแล้วจะไม่มี เขาอาจสัมผัสเชื้อมาแล้วนำไปติดกับผู้ใหญ่ที่บ้าน ซึ่งมีตัวรับเชื้อได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้มี 4,500 กว่าโรงเรียนที่ต้องใช้วิธีการสลับเวลาเรียน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กที่ไม่ได้เรียนในห้องเรียนนานๆ เช่น การเรียนรู้ที่ถดถอยลง ขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การเหลื่อมล้ำการเข้าถึงทางทรัพยากรทางการศึกษา ผลกระทบของโภชนาการ การออกจากโรงเรียนกลางคัน ผู้ปกครองอาจจะต้องลางานหรือสูญเสียรายได้ จึงมีการประชุมร่วมกันของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข

“มีข้อพิจารณาในการผ่อนคลาย คือ ให้นักเรียนไปเรียนได้ตามปกติ แต่ต้องมีมาตรการเสริมที่เข้มข้นขึ้น จัดห้องเรียนให้มีโต๊ะเรียนที่ห่างกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กรณีห้องแอร์ให้เปิดประตูหน้าต่างช่วงพักเที่ยง หรือช่วงที่ไม่มีการเรียนการสอน โดยภาพของมาตรการนี้จะผ่านการกำกับดูแลโดยมี ศบค.เป็นหลัก และมีคณะกรรมการสถานศึกษาและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ทั้งคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล ทุกๆระดับต้องดูแลเด็กตามลำดับขั้นลงไป”

อย่างไรก็ตาม โฆษก ศบค. กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เข้าไปตรวจประเมินและติดตามหลังการเปิดภาคเรียน แนวปฏิบัติกรณีสถานการณ์การเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 และแนวทางการผ่อนคลายมาตรการของสถานศึกษา พบว่าสถานศึกษามีมาตรการความปลอดภัยจากการลดการแพร่เชื้อโรค 99.47 เปอร์เซ็นต์ มีไม่ครบแค่ 0.53 เปอร์เซ็นต์ หรือ 132 แห่งทั่วประเทศ จาก 25,140 แห่ง

ทั้งนี้ได้รับคำชี้แนะให้ไปปรับปรุงแล้ว ส่วนข้อมูลพบเด็กป่วยเพียง 687 ราย แต่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคโควิดแต่อย่างใด สำหรับแผนการรองรับของสถานศึกษาพบว่ามี 96 เปอร์เซ็นต์ ไม่มี 3.75 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องเข้าไปแนะนำเพิ่มเติม มีการตั้งแผนเผชิญเหตุเพื่อไม่ให้การเรียนการสอนสะดุดและการควบคุมโรคเป็นไปได้ด้วยดี