มหาดไทย จ้างงาน 30,000 อัตราทั่วประเทศ ช่วยคนเดือดร้อนจากโควิดให้มีรายได้

0

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพรวมในการทำงานของคนทั้งประเทศ บางธุรกิจต้องปิดกิจการลง เลิกจ้างพนักงาน และมีการลดรายได้เพื่อประคององค์กรให้อยู่รอด

ล่าสุดก็มีข่าวดี เมื่อกระทรวงมหาดไทย เตรียมจ้างงานกว่า 30,000 อัตรา บรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด-19

โดยทางด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม

โดยให้หน่วยงานเสนอโครงการผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ โดยกระทรวงมหาดไทยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2563 จำนวน 2 โครงการ ภายใต้แผนงานส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน ได้แก่


1. โครงการอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง วงเงินไม่เกิน 1,080.59 ล้านบาท โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการจ้างงานเพื่อปฏิบัติงานเป็นอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น ระยะเวลา 12 เดือน รวม 15,548 คน อัตราเดือนละ 5,000 บาท โดยดำเนินการตั้งแต่เดือน ก.ค. 2563 – ก.ย. 2564

ซึ่งจะทำให้เกิดการส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นการกระจายรายได้ให้ประชาชน และเกิดนักบริบาลที่เป็นอาชีพใหม่ในท้องถิ่น ซึ่งในระยะยาวจะเป็นอาชีพที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

2. โครงการพัฒนาตำบลแบบบูรณาการ (Tambon Smart Team) วงเงินไม่เกิน 2,701.87 ล้านบาท โดยกรมการปกครอง ดำเนินการจ้างงานเพื่อปฏิบัติงานเก็บข้อมูลรายเดือน จำนวน 12 เดือน จำนวน 7,255 ตำบล ตำบลละ 2 คน รวม 14,510 คน อัตราเดือนละ 15,000 บาท ดำเนินการตั้งแต่เดือน ส.ค. 2563 – ก.ย. 2564 ซึ่งจะทำให้เกิดการส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน เกิดการจ้างงานในทุกตำบล อำเภอทั่วประเทศ และจะเกิดการจัดทำฐานข้อมูลแบบบูรณาการ (Database) ที่มีประสิทธิภาพสำหรับการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในทุกระดับ

“กระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยการจ้างงานเพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคครัวเรือนและชุมชนไปพร้อมกับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้มีอาชีพ มีรายได้ และได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการด้วยความโปร่งใส ให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่า”