หมอวรงค์ประกาศรวมพลสู้พวกชังชาติ คอยยุเด็กจาบจ้วง ลั่นเป็นศัตรูแผ่นดิน

0

จากที่กลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และกลุ่มเยาวชนปลดแอก Free YOUTH ชุมนุมไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และแก้รัฐธรรมนูญ โดยมีการจาบจ้วงสถาบันแฝงเข้ามาร่วมนั้น

ล่าสุดวันนี้(25ก.ค.63) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงความเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ และพวกที่เรียกว่าชังชาติว่า

คนรุ่นใหม่!!!

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีวาทกรรมไพร่กับอำมาตย์ ที่ระบอบทักษิณใช้ปลุกระดมมวลชน เพื่อแบ่งแยกประชาชน

ปัจจุบันเกิดวาทกรรมคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า รวมทั้งวาทกรรมคนรุ่นพ่อแม่ลุงป้าน้าอาหรือคนแก่ โดยใช้วัยในการปลุกระดมแบ่งแยกประชาชนของพวกชังชาติ

คำว่ารุ่นพ่อแม่ลุงป้าน้าอาและคนแก่ เป็นคำที่ใช้ดูถูกเหยียดหยาม โดยเฉพาะในโซเชียล ที่เหล่าอวตารสาวกชังชาติ จะใช้ดูถูกคนอีกรุ่น และยกตนว่าเป็นคนรุ่นใหม่มาข่มเหง ผมอยากให้กำลังใจทุกท่าน ที่กลายเป็นเหยื่อที่พวกชังชาติ นำวัยไปแบ่งแยก และพยายามด้อยค่า

ถ้าเทียบสมัย14 ตุลา 2516 อาจพอฟังได้ เพราะยุคร่วม 50 ปีที่ผ่านมา คนเรียนมหาวิทยาลัยน้อยมาก เยาวชน นักศึกษา ในยุคนั้น จึงกลายเป็นปัญญาชน ที่ชี้นำสังคม

ในทางตรงข้าม ปัจจุบันคนรุ่นพ่อแม่ลุงป้าน้าอา หรือคนแก่ไม่มีอะไรด้อยเลย เรียนหนังสือก็สูง รายได้ก็มี ประสบการณ์ก็มาก ผ่านการต่อสู้หลายรูปแบบ เจอทั้งผิดหวังและสมหวัง เราจึงต้องเชื่อมั่น ในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่พวกชังชาติพยายามเหยียดและแบ่งแยก

จึงอยากเชิญชวนลุงป้าน้าอาทุกท่าน อย่าได้หวั่นไหว ยังคงให้ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น และข้อเท็จจริง แก่ลูกหลาน เยาวชนคนรุ่นใหม่ของเรา

ส่วนพวกชังชาติที่คอยยุแหย่ จาบจ้วงล้มล้าง สร้างความเกลียดชัง กระตุ้นการปฏิวัติ ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูแผ่นดิน พวกผมขอรวบรวมไพร่พล รับผิดชอบคนเหล่านี้เอง

(ฟังคลิปhttps://www.facebook.com/therealwarong/videos/vb.1635406246730420/3475679379142848/?type=2&theater)

ก่อนหน้านี้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟจเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล โดยมีเนื้อหาบางช่วงว่า ห้วงเวลาปฏิวัติ – Revolutionary Moment

การปฏิวัติจะบังเกิดได้ในห้วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ประชาชนจำนวนมหาศาลเกิดความรู้สึกนึกคิดร่วมกันในสองมิติ ได้แก่ มิติแห่งความโกรธแค้น และมิติแห่งความหวัง ประชาชนคับแค้นใจกับสิ่งที่ดำรงอยู่ พร้อมกับมีความหวังร่วมกันในการไปก่อตั้งสิ่งใหม่ ทั้งสองความรู้สึกนึกคิดนี้ผสานหลอมรวมกันในความคิดจิตใจของประชาชน จนผลักดันให้ร่วมกันออกไปกระทำการ สิ่งนั้น คือ “ปฏิวัติ

ที่มา : เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom