ปิยบุตรขู่ขนลุกทั้งปท.! หากไม่ทำยอมม็อบมุ้งมิ้ง อาจมีเรื่องไม่คาดคิด?

0

จากที่วันนี้(25ก.ค.63) นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงม็อบเยาวชนและข้อเรียกร้อง พร้อมทั้งส่งเสียงในทำนองหากไม่ยอมทำตามอาจเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิด

เริ่มต้น “ถอดสลักระเบิดเวลา” ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิก มาตรา 279 และ ส.ว. 250 คนตามบทเฉพาะกาล

เมื่อครั้งรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 #พรรคอนาคตใหม่ มีนโยบายสำคัญในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาทางความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ทั้งในเรื่องที่มา กระบวนการจัดทำ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทั้งฉบับ

แต่ทุกคนต่างทราบดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำได้ยากมากหรืออาจทำไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เราเชื่อมั่นเสมอมาว่า การเมือง คือ ความเป็นไปได้ เราจะพยายามผลักดันในทุกช่องทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เพียงแต่ในสภาเท่านั้น แต่ต้องสร้างกระแสและความรับรู้ของสังคมเพื่อทำให้สังคมเกิดฉันทามติร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญ 2560 คือ วิกฤตและทางตัน จำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเลือกมา

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ยังไม่สามารถแสวงหาฉันทามติ หรือร่วมกันกดดันให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ เราก็สามารถเริ่มต้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราไปก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเร่งด่วน เรื่องกลไกการสืบทอดอำนาจของ คสช. และเป็นเรื่องที่น่าจะหาฉันทามติได้ง่าย ได้แก่ การยกเลิกมาตรา 279 และการยกเลิก ส.ว. 250 คนตามบทเฉพาะกาล

แม้จะมีการยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. แต่ผลของประกาศและคำสั่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจะยังมีอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 279 เขียนรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ และไม่ได้เป็นการรับรองแค่ประกาศคำสั่งเท่านั้น แต่ยังรับรองไปถึง ‘การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน’ ด้วย

ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่ว่าการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันครอบคลุมไปถึงแค่ไหน มาตรา 279 จึงทำให้การใช้อำนาจของ คสช. อยู่เหนือรัฐธรรมนูญนี่จึงเป็นพันธกิจสำคัญที่พวกเราต้องยกเลิกมาตรา 279 ให้ได้เช่นเดียวกัน วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล ที่มาจากการเลือกของ คสช. ก็ได้แสดงผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดในวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ในการเลือกหัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายก วุฒิสภายังคง “ขี่คอ” สภาผู้แทนราษฎรในหลายเรื่อง ได้แก่ การแก้รัฐธรรมนูญ การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และการตรากฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศหากปล่อยให้มีวุฒิสภาแบบนี้ต่อไป วุฒิสภาก็จะกลายเป็นกลไกของการสืบทอดอำนาจ

ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงขึ้นตามลำดับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ออกมาใช้เสรีภาพในการชุมนุมเรียกร้องต่อรัฐบาลประยุทธ์กันหลายจังหวัด หากรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสถาบันการเมืองที่อยู่ในรัฐธรรมนูญทั้งหลายเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องของเยาวชนคนรุ่นใหม่ จงใจมองข้ามเสียงแห่งอนาคตของชาติ สถานการณ์ทางการเมืองก็น่าจะตึงเครียดมากขึ้นจนอาจลื่นไถลไปไกลอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด

การ “เตะถ่วง ซื้อเวลา” ผ่านกลไกคณะกรรมาธิการวิสามัญ ดูเหมือนจะไม่เพียงพอต่อสถานการณ์เสียแล้ว จะตั้งกันอีกกี่คณะ ก็ไม่มีทางที่จะหยุดกระแสคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้

เมื่อครั้งผมยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ผมได้ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เอาไว้ 2 ฉบับ 2 กรณี เกี่ยวกับการยกเลิกมาตรา 279 และยกเลิก ส.ว. 250 คนตามบทเฉพาะกาลเอาไว้ โดยคาดหวังว่า ระหว่างที่ยังผลักดันให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับไม่สำเร็จ ก็ควรแก้ไขบางประเด็นที่จะช่วยขจัดกลไกการสืบทอดอำนาจของ คสช.ไปก่อนอย่างไรก็ตาม การเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำเป็นต้องมี ส.ส. อย่างน้อย 100 คนขึ้นไป แต่พรรคอนาคตใหม่ในเวลานั้น มี ส.ส. 81 คน จึงยังไม่สามารถเดินหน้าจัดการวุฒิสภาอันเป็นกลไกการสืบทอดอำนาจ

และจัดการมรดกบาป คสช. เมื่อพิจารณาประกอบสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันนี้ หากรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ยังไม่คิดจะขยับตัวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรูปธรรมแม้แต่น้อย ผมเกรงว่า สถานการณ์จะบานปลายมากขึ้น

ผมจึงอยากเชิญชวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ซึ่งเป็น “ผู้แทน” ของราษฎร มาช่วยกัน “ถอดสลักระเบิดเวลา” เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในสองประเด็นดังกล่าว โดยเร็วที่สุด เรายังพอมีเวลา… ก่อนที่จะสายเกินไป

ที่มา : เฟซบุ๊กPiyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล