ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ห้ามชุมนุมการเมือง แล้วแบบนี้ฝ่ายค้านฝ่ายแค้นจะเอาอะไรมาก่นด่ารบ.

0

นับเป็นครั้งที่ 4 ของการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินเนื่องในสถาการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย วานนี้ (22ก.ค.63) ที่ในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือศบค.ชุดใหญ่

ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน มีวาระการพิจารณาที่สำคัญคือการผ่อนปรนมาตรการ ระยะ 6 รวมถึงการพิจารณาขยายการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน ถึงสิ้นเดือนส.ค.นี้  หลังจากของเดิมจะครบกำหนดในวันที่ 31 ก.ค.

ที่สำคัญ ไม่ห้ามชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช้มาตรา9 โดย ในการแถลงของ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา  ช่วงหนึ่งระบุว่า..

“แต่เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสบายใจยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาเราพยายามใช้มาตรา 9 ของ  อยากค่อนข้างเบาที่สุดแล้ว ถึงวันนี้เราไม่ได้มีการห้ามการออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว วันนี้สิ่งที่เราจะไม่ห้ามต่อไปคือเราจะไม่ใช้มาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาห้ามการชุมนุม เพื่อแสดงให้เห็นว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ต่อในเดือนสิงหาคมนี้ มีเจตนาเพื่อใช้ในการควบคุมโรคโดยบริสุทธิ์ใจเพียงอย่างเดียว การห้ามการชุมนุมจะไม่ปรากฏใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ต่ออายุ 1 เดือน แต่การชุมนุมทางการเมืองก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นกฎหมายปกติ ขอยืนยันอีกครั้งว่าจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้าเพื่อต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน โดยไม่มีมาตรการเรื่องการห้ามการชุมนุมเพื่อให้มั่นใจว่าเราใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อประโยชน์ในการสาธารณสุขอย่างแท้จริง”

สำหรับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

..เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็วและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้านแรงมากขึ้น นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและเงื่อนเวลา

1 ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น เช่น ทูตหรือผู้แทนต่างประเทศหรือระหว่างประเทศ

2 ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

3ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือทั่วราชอาณาจักร

4ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ

5ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ

6ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด

เมื่อไม่ใช้ ม.9 ยิ่งชัดเจนว่าการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นมี เจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ ทำเพื่อชาติบ้านเมืองในยามวิกฤตภัยจากการระบาดของโควิด-19  แม้สถานการณ์ในไทยจะเบาบางลงไปมากแล้ว ที่สำคัญบทเรียนจากกรณี ‘ทหารอียิปต์และบุตรสาวอุปทูต แม้การ์ดตกเพียงนิดเดียว กลับสร้างผิดกระทบในวงกว้างแต่สถานการณ์โลกในปัจจุบันพบว่ามีการติดเชื้อทั่วโลกเฉลี่ยวันละเกือบ 200,000 ราย

หาใช่ผลประโยชน์ทางการเมือง  แบบที่ผ่านมา มีเสียงค่อนขอด จากแก๊งการเมืองฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้นโจมตี รัฐบาลบอกการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นเพื่อปิดปากประชาชน  กล่าวหาว่า ใช้เป็นเป็นเครื่องมือทางการเมือง บางรายถึงขั้นอวดอ้างว่า รัฐบาลกลัวม็อบ จึงต้องใช้อำนาจพิเศษ..

คงต้องรอดูต่อจากนี้  หลังจากที่ ไม่ใช้ ม.9 ไม่ห้ามชุมนุมทางการเมือง ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้นทั้งหลาย จะหาข้ออ้างอะไรมาโจมตีค่อนขอด ก่นด่ารัฐบาลว่าอะไรอีก