“โดนัลด์ ทรัมป์” เตือนพลเมืองสหรัฐฯ สถานการณ์โควิดกำลังพาประเทศ ถึงจุดเลวร้าย ทั่วโลกติดเชื้อทะลุ 15 ล้าน

0

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แถลงที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร ที่ 21 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์การระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19

อาจเลวร้ายลงก่อนจะดีขึ้นในภายหลัง “นั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะพูด แต่มันเป็นแบบนั้น มันเป็นสิ่งที่เราต้องเจอ คุณลองดูทั่วโลกตอนนี้ ไวรัสลามไปทุกแห่งแล้ว”

แม้ว่าที่ผ่านมาการตอบสนองในการควบคุมโรคโควิด-19 ของประธานาธิบดีทรัมป์ ยังถูกวิจารณ์อย่างหนัก ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาสบประมาทความอันตรายของไวรัสนี้ด้วยการอ้างว่า ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากการปูพรมตรวจเชื้อให้ประชาชนเพิ่มขึ้น ซ้ำยังไม่ยอมสวมใส่หน้ากากอนามัย จนคนรอบข้างติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กว่าเจ้าตัวจะยอมใส่หน้ากาก และบอกเตือนไปยังประชาชน ว่าควรปฏิบัติตนเองอย่างไร ก็ดูเหมือนว่าจะสายไปเสียแล้ว

นอกจากนี้บรรดาเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ต่างแย้งคำกล่าวอ้างของทรัมป์ว่า อัตราผู้มีผลตรวจเชื้อโควิดเป็นบวก อัตราคนเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และอัตราการเสียชีวิตจากโควิดในสหรัฐ ยังคง “อยู่ในระดับสูง” ในบางรัฐ เนื่องจากตอนนี้ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 4,028,365 ราย เพิ่มขึ้น 66,936 ราย เสียชีวิต 144,944 ราย เพิ่มขึ้น 1,110 ราย รักษาหาย 1,885,527 ราย


อย่างไรก็ตามทางเว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 ช่วงเวลาประมาณ 07.50 น. ตามเวลาประเทศไทย พบมีผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลกกว่า 215 ประเทศ รวมกว่า 15,084,374 ราย เพิ่มขึ้น 238,524 ราย เสียชีวิตรวม 618,476 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5,660 ราย รักษาหาย 9,103,974 ราย

ถือเป็นตัวเลขที่น่ากลัวอย่างมาก เพราะเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน องค์การอนามัยโลก ได้คาดการณ์ว่าช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2563 จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มไปถึง 10 ล้านราย แต่นับระยะเวลาเพียง 1 เดือนกว่า ๆ ตัวเลขอีก 5 ล้านรายกลับเพิ่มมาอย่างรวดเร็ว