หนุ่มสหรัฐฯเที่ยวเฮฮาแก๊งเพื่อน ติดโควิด-19 ลามเอามาแพร่เชื้อทั้งบ้าน จนพ่อต้องใช้เครื่องหายใจพยุงชีวิต

0

จากกรณีอุทาหรณ์ที่มีผู้เสียชีวิตหลายรายในสหรัฐอเมริกา เพราะประเมินความร้ายแรงของเชื้อโควิดต่ำไปนั้น กลายเป็นเรื่องราวที่สะเทือนใจชวนให้ประชากรหลายคนตระหนักและกลัวมากขึ้น หันมาสวมใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน และในที่สาธารณะ แต่ก็ยังมีประชากรของสหรัฐฯ อีกมาก ที่มองว่าเชื้อโควิดเป็นเรื่องตลก

อย่างล่าสุดมีครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด เมื่อลูกชายไม่สนใจฟังคำเตือนของพ่อแม่ โดยนิวยอร์กโพสต์ รายงานระบุว่า ครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างหนัก

เมื่อพ่อผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวต้องเข้ารักษาตัว อยู่ในห้องไอซียู ใช้เครื่องหายใจพยุงชีวิต หลังจากที่ลูกชายเมินเฉยคำเตือนจากพ่อแม่ ออกไปรวมแก๊งเฮฮากับกลุ่มเพื่อนแทนที่จะอยู่แค่ในบ้าน แถมยังถอดหน้ากากอนามัยขณะอยู่กับคนอื่น ๆ จนทำให้ตัวเองติดไวรัส และทำให้คนในบ้านอีก 4 ชีวิตได้รับเชื้อเช่นกัน

มิเชล ซีเม็ต แม่วัย 42 ปี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเธอมักจะเตือนลูกชายคนโต ซึ่งอายุ 21 ปี อยู่ตลอดว่าเขาควรจะอยู่บ้าน และพยายามห้ามเขาไม่ให้ไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา แต่เขาก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เธอยังขอร้องเขาทุกครั้งที่เขาจะออกจากบ้าน ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยและพกเจลล้างมือไปด้วย เธอเตือนให้เขาล้างมือบ่อย ๆ ซึ่งเขาก็ตอบกลับเพียงว่า “อย่าห่วงไปเลยน่าแม่ ผมทำทุกอย่างได้ถูกต้องแหละ ผ่อนคลายน่า ชิล ๆ”

แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ป้องกันตัวเองอย่างรัดกุม จริงอยู่ที่เด็กหนุ่มสวมหน้ากากอนามัยตอนไปบ้านเพื่อน แต่สุดท้ายก็มีบางช่วงที่เขาถอดหน้ากากออก ผลที่ตามมาก็คือ เด็กหนุ่มติดโรคโควิด 19 ก่อนจะทำให้คนในบ้านอีก 4 ชีวิต คือ มิเชล ผู้เป็นแม่เลี้ยง จอห์น เพลส พ่อวัย 42 ปี กับน้องชายวัย 14 ปี และน้องสาววัย 6 ขวบ ล้วนติดโควิด 19 ไปตาม ๆ กัน แต่คนที่อาการหนักที่สุดก็คือพ่อของเขา

ซึ่งมีภาวะน้ำหนักเกินและเป็นเบาหวาน ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อ ขณะที่คนอื่น ๆ รวมถึงตัวเด็กหนุ่มใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ก็รักษาตัวจนหายจากโรค แต่จอห์นกลับต้องทุกข์ทนด้วยความทรมานอยู่ในโรงพยาบาล เป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้วที่จอห์นต้องอยู่ในศูนย์การแพทย์ในเมืองเพลนตาตัน รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ โดยเขาได้รับการดูแลอยู่ในห้องไอซียู และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานถึง 2 สัปดาห์

ด้าน มิเชล ซึ่งเล็งเห็นว่ายังมีคนหนุ่มสาวอีกมากที่เมินเฉยต่อคำแนะนำทางด้านสาธารณสุข ยังฝากเตือนใจไปถึงคนอื่น ๆ ด้วยว่า “คุณปล่อยให้การ์ดตกเพียงครั้งเดียวก็จบกัน คุณกลับมาบ้าน แล้วทำให้คนทั้งบ้านติดเชื้อ”

 

อย่างไรก็ตาม มิเชลยังเผยว่าตอนนี้อาการของสามีเธอดีขึ้นมาก เขาเพิ่งนำเครื่องช่วยหายใจออกได้ แต่หมอก็ยังไม่วางใจนัก เพราะเขายังมีโอกาสที่อาการจะทรุดหนักจนต้องกลับมาใช้เครื่องช่วยหายใจได้ตลอดเวลา หรืออาจจะมีปัญหาอื่น ๆ เกิดขึ้น เขายังอยู่ในสภาพเปราะบางมาก ๆ โดยตอนนี้ทางครอบครัวก็ได้จัดตั้งเพจระดมทุน เพื่อหวังได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลของสามีในการเจ็บป่วยครั้งนี้

ขอบคุณ :เฟซบุ๊ก John Place