ดร.แสงเทียน ปธ.ยุทธศาสตร์วิจัยทิศทางไทย จี้รบ.แก้กฎหมายเพิ่มโทษ กันยกพวกตีในโรงพยาบาล ปกป้องแพทย์พยาบาล

0

บทความพิเศษ : เรียกร้องรัฐบาลและทุกฝ่ายบูรณาการ เพื่อ “หยุดการทำร้ายซ้ำและทำร้ายหมอหรือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล”

โดยรศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา ประธานยุทธศาสตร์วิจัยสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านเวชสารสนเทศ ม.มหิดล

รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา

จากกรณี ที่วัยรุ่น ๒ กลุ่ม ใน จ.สมุทรปราการ ก่อเหตุวิวาทในโรงพยาบาล ๒ แห่ง ซึ่งได้ทำร้ายคู่อริ รวมทั้งทำร้ายบุคคลากรทางการแพทย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน (ไทยพีบีเอส, ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓:๐๗.๐๖) รวมถึงข่าวการทำร้ายซ้ำคู่อริถึงห้องฉุกเฉินที่แพทย์และเจ้าหน้าที่กำลังให้การช่วยเหลือทางการแพทย์อยู่ มีให้เห็นอีกหลายครั้งหลายครอในช่วงที่ผ่านมา

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

นับเป็นความรุนแรงอย่างมากที่มีการบุกเข้าเพื่อทำร้ายซ้ำผู้บาดเจ็บในพื้นที่ทางการแพทย์ เพราะแม้แต่ในสนามรบยังมีข้อยกเว้นในการคุ้มครอง ช่วยเหลือทหารหรือพลเรือนที่บาดเจ็บ และการคุ้มครองแพทย์สนาม ดังตัวอย่างกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ในการกำหนดข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ เพื่อการป้องกันคุ้มครองชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในยามสงคราม หรือขัดกันทางอาวุธ ที่เรียกว่า “กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ”  (International Humanitarian Law : IHL)

ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก อนุสัญญาเจนีวา ๔ ฉบับ  เพื่อคุ้มครองทหารและพลเรือนตลอดทั้ง พิธีสารเพิ่มเติม  เพื่อให้ครอบคลุมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงครามและความขัดแย้งกันทางอาวุธ อาทิ สาระบางส่วนเกี่ยวกับอนุสัญญาเจนีวาและกฎหมาย IHL ที่สำคัญบางส่วน กำหนดไว้ว่า “การเคารพสัญลักษณ์กาชาด” “ช่วยคนบาดเจ็บ รักษาพยาบาล” และ “โรงพยาบาลต้องไม่ถูกคุกคาม” (สภากาชาดไทย, ๒๕๖๓)

แล้วนี่มิใช่ในสถานการณ์สงครามใดๆ ทั้งสิ้น การทะเลาะกันของประชาชนกลับเลวร้ายเสียมากกว่าการเกิดสงครามอีกหรือ ที่มิได้ให้ความเคารพต่อสัญลักษณ์กาชาดที่ติดอยู่ด้วยแผ่นป้ายขนาดใหญ่หน้าโรงพยาบาล หน้าห้องและ/หรือในห้องฉุกเฉินในทุกๆ โรงพยาบาล การไม่แยแสต่อความรู้สึกในจิตสำนึกของคนทั่วไปอยู่แล้วว่า โรงพยาบาลต้องไม่ถูกคุกคาม เพราะขนาดในขณะเกิดสงครามยังมีข้อกำหนดนี้เอาไว้เลย

คงต้องมาบูรณาการว่าจะปรับปรุงข้อกฎหมายที่มีอยู่ ให้เป็นกฎหมายเฉพาะที่จะสามารถลงโทษผู้ก่อเหตุในลักษณะนี้ให้มีบทลงโทษมากขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อป้องปรามการเกิดเหตุรุนแรงในโรงพยาบาล บูรณาการการดำเนินการอื่นๆ เพื่อสร้างความปลอดภัย เช่น…

การกำหนดให้มีระบบสารสนเทศและการสื่อสารที่ง่ายและสะดวกในการขอความช่วยเหลือและการเข้าระงบเหตุ กำหนดให้มีมาตรฐานเพื่อลดความเสี่ยงทั้งการติดตั้งระบบความปลอดภัย ระบบกล้องวงจรปิดที่ปกปิดและป้องกันการทำลายและมีคุณภาพสูงในการจับภาพเคลื่อนไหวผู้ก่อเหตุ กระจกนิรภัยในห้องฉุกเฉิน ส่วนหนึ่งของห้องฉุกเฉินมีห้องนิรภัยในการนำผู้อยู่ในภาวะเสี่ยงจากการที่จะถูกทำร้ายซ้ำเข้ารับการช่วยเหลือชีวิตและรักษาพยาบาลหรือช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน การซ้อมป้องกันการถูกทำร้ายซ้ำจากกลุ่มคนหรือฝูงชนที่คลั่งแค้นคู่อริ ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างจะเป็นการบูรณาการอย่างจริงจังในการป้องกันการถุูกทำร้ายซ้ำ และการทำร้ายแพทย์และ/หรือเจ้าหน้าที่ในขณะให้การช่วยเหลือผู้ถูกทำร้าย หรือคู่อริ

ฝากถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการปฏิรูปด้านต่างๆ และรัฐบาล ขออย่ามองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ไม่เช่นนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ก็ได้แต่ประนามผู้ก่อเหตุ แต่การดำเนินการก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น และในอนาคตอาจมิใช่แค่บาดเจ็บแต่เป็นการสูญเสียมากกว่านี้ก็อาจเป็นได้