อดีตรัฐมนตรีฯ เผย 4 อัศจรรย์ในโควิดไทย ที่ควรถูกโลกบันทึก

0

หลังจากที่ทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ในการควบคุมโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยกำลังสร้างความอัศจรรย์ และทั่วโลกกำลังจดจำประเทศไทย

ซึ่งล่าสุดทางด้านของ “นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์” สมาชิกวุฒิสภา ได้เผยเรื่อง 4 อัศจรรย์ในโควิดไทย ที่ควรถูกโลกบันทึก ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม และตรงประเด็น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

คนญี่ปุ่นมีวินัยเรื่องการเข้าแถว ความสุภาพ สะอาด และขยันซื่อสัตย์ เป็นภาพจำที่โลกยุคใหม่จำได้ คนจีนขยัน มีหัวการค้า และกล้าเผชิญอุปสรรค เป็นภาพที่โลกยุคใหม่จำได้ คนเวียดนาม ขยัน มีหัวการค้า และกล้าเผชิญอุปสรรค ก็เป็นภาพที่โลกยุคใหม่จำได้

วันนี้ เราคนไทยก็กำลังมีภาพจำแก่โลกยุคใหม่

เรื่องแรก ไทยสู้โควิดได้ผลในห้าเดือนที่ผ่านมา จนเกิดผลลัพท์ที่เกินคาดของทุกคน และยังคงรักษาสถานะแผ่นดินแห่งความปลอดภัย ที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์นำประชากรได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่ามีจุดที่คิดไม่ถึงไปบ้าง แต่ก็แก้ไขปรับปรุงกันอย่างรวดเร็ว

แปลว่าการสื่อสารกันระหว่างรัฐและประชาชน มีประสิทธิผล การบังคับใช้กฏกติกา ทำได้มีประสิทธิภาพ….มากกว่าอีกหลายต่อหลายแห่งของโลก

เรื่องที่2 ถ้ามองให้ทะลุผลลัพท์ข้อแรก โลกจะเห็นว่าคนไทยใส่หน้ากากป้องกันโควิดกันอย่างมีความรับผิดชอบ ให้ความสำคัญกับการมีหน้ากากมาก แม้ตัวเลขใหม่รายวันของการติดเชื้อจะต่ำมากอย่างต่อเนื่อง และยืนยันได้ว่าไม่มีผู้ติดเชื้อใหม่ ถ้าไม่ใช่มีผู้เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ แต่คนไทยก็ไม่ดื้อกับเรื่องการสวมหน้ากากออกจากบ้าน…

แม้แต่คนที่ถูกจับได้ที่ช่องทางธรรมชาติที่ชายแดนในเส้นทางกันดารยากแก่การตรวจพบหรือเข้าถึง ก็สวมหน้ากาก! แปลว่ากระบวนการสาธารณสุขทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ทั้งในเมืองหลวงและตามภูมิภาค สื่อสารสาธารณะ ได้ดีอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่คนไทยส่วนมาก ไม่เพียงแต่ไม่จับมือเขย่าหรือกอดหอมแก้มกัน แต่ไหว้ และถอดรองเท้าไว้นอกบ้าน ใส่เสื้อชั้นเดียวโดยไม่ต้องมีแจ้กเกตคลุมทับ ทำให้การซักผ้าตากแดดทำได้สม่ำเสมอกว่า (ยกเว้นคนเมืองที่ยังมีค่านิยมสวมสูททับ ทั้งชายและหญิงตามที่ทำงาน)

ระบบการเรียนแพทย์พยาบาลของไทยเป็นระบบเรียนแล้วต้องใช้ทุน ทำให้บุคลากรสายนี้ผ่านการสัมผัสคนยากไร้ห่างไกลบริการมาก่อน จึงมีประสบการณ์กับการดูแลที่เห็นคนจนคนมีมาแล้ว

เรื่องที่3 state quarantine ของไทย ทั้งดูดี ทั้งปลอดภัย อาหารอร่อย ห้องพักสวยงาม ไม่มีใครเผ่นหนีออกจากพื้นที่ state quarantine

แปลว่า การต้อนรับขับสู้ดูแลให้ความอบอุ่นสบายใจของไทย หรือที่เรียกกันว่า Thai Hospitality ที่ดูแลแม้ท่านจะไม่ใช่ลูกค้าผู้จ่ายเงินเอง ก็ทำได้น่าประทับใจมาก…เพียงแต่นับจากนี้ไปคงเป็นความรับผิดชอบของผู้ต้องถูกเข้า State quarantines ที่ต้องจ่ายแล้ว แต่ข้อดีก็คือมีหลายระดับราคาที่จะให้บริการอย่างสบายๆ

เรื่องที่4 ความเข้มแข็งและเข้าถึงทุกบ้านทุกเรือนในชุมชนของอสม.และตู้ปันสุข ตามพื้นที่ต่างๆที่คนไทยในแทบทุกหัวระแหงตั้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อสม.ไม่เคยมีการเลือกปฏิบัติ ไม่ได้เกิดจากคำสั่ง แต่เกิดด้วยน้ำใจและความรู้สึกร่วมอย่างดี มหัศจรรย์ที่ชัดเจน ที่เราอมไว้ในแก้มมานาน

คำว่า เราคนไทยไม่ทิ้งกันก็ดี…เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง(ถ้ามีใครคอยช่วยเตือนบอกสังคม)นั้น…เป็นประโยคที่ใช้งานได้ในวัฒนธรรมนี้

สี่เรื่องที่ผมหยิบยกมานี้ ถ้าไม่มีโควิด19มาท้าพิสูจน์ เราส่วนใหญ่ก็คงไม่มีโอกาสได้ประจักษ์

แน่นอนว่า การเกิดผลลัพท์สี่ประการข้างต้นนั้น มีองค์ประกอบ และบทเรียนท้าทายในแต่ละท่อนมากระตุ้นพวกเราอยู่บ้าง

เช่นเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับหน้ากากถูกกักตุนหรือไม่ คงมีส่วนกระตุ้นให้คนเห็นความมีค่าของหน้ากากอนามัย ดังนั้นเมื่อได้มาแล้วก็เลยเต็มใจใส่กัน

หรือเรื่องผีน้อยรุ่นแรกที่กลับมาแล้วสื่อสารกับสังคมไปแบบดูจะขาดความรับผิดชอบที่พึงมีตามยุคสมัย

แต่เมื่อรัฐสื่อสารสังคมว่า มาตรฐานในการดูแลของ state quarantine จะเป็นระดับมี hospitality และส่งมอบมาตรฐานนั้นได้จริง

เสียงเล่าของผู้ผ่าน state quarantine นับแต่นั้น ก็กลายเป็นเสียงรีวิวแห่งความมั่นใจ และเชื่อถือได้ว่ามาตรฐานนี้ ไม่เพียงมีจริง แต่มีดีกว่าที่คาดไว้เสียด้วย

กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของสังคมไทยจะผ่านมาแบบไหน คนข้างนอกไม่ได้ใส่ใจ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ก็กำลังเป็นประวัติการณ์ระดับสากล ที่คนทั่วโลกต้องยอมจดจำ

เห็นกราฟ โควิดไทยที่เทียบกับกราฟโควิดของโลก แล้วไทยดูจะไม่ใช่พื้นที่น่าห่วง

คนบนโลกกำลังหดหู่ สับสน เครียด และท้อแท้ หรือแม้แต่ปิดหูปิดตาไม่อยากรับรู้ เรื่องโควิดไปเสียเลยก็มี

ไทยจะใช้เรื่องนี้ จังหวะนี้ ตอกย้ำ และทำให้เป็นอีก soft power ใหม่ของเราหรือไม่

ถ้าจะทำ ควรทำอย่างไร และจะทำแบบเนียนๆได้ดีแค่ไหน เพราะสถานะแห่งความน่าประทับใจตามผลลัพธ์ทั้งสี่ข้างต้นนั้น

….เงินและอำนาจ ก็ซื้อผลลัพธ์อย่างนี้มาครองไม่ได้….

เพราะมันมีมากกว่าสภาพบังคับได้เฉยๆ แต่มี “ความร่วมมือ” อย่างมหาศาลปนมาในนั้นด้วย!! ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

แต่ก็ร่วมมืออย่างดีและเพิ่มความระมัดระวังด้วยสิ่งที่พอจะหยิบฉวยหามาใช้ได้กับตัวเองและคนที่รัก แม้บางคนอาจบอกตัวเองย้ำๆว่าฉันไม่ได้จะร่วมมือกับรัฐ แต่การบังคับโดยสังคมก็กลับให้ผลที่ชะงัดไม่แพ้กัน แถมยังอาจมีพลังสูงกว่า

ผมนึกย้อนไปถึงสถานะความน่าประทับใจเมื่อครั้งสังคมไทยได้ร่วมมือกัน และร่วมมือกับทีมกู้ภัยทั่วโลกที่เร่งกันเข้ามาช่วย น้องๆ13หมูป่าติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่แม่สาย เชียงรายเมื่อสองปีที่แล้ว

สื่อมวลชนจากทุกสำนักทั่วโลกรายงานความ มหัศจรรย์ ครั้งนั้น อย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอที่ผมมีในคราวนี้คือ

ตั้งรางวัลให้นักคิดนักสร้างสื่อบันเทิง คนสร้างหนังในไทยให้ผลิตคลิปหนังสั้น ที่จะส่งฉายเป็นไวรัลให้คนในโลกที่กำลังคลานผ่านอุโมงค์อันคดเคี้ยวยากลำบาก และแสนจะยาวนานเกินเตรียมการไหวของการระบาดของโควิด19หนนี้

คลิปที่ทำให้เกิดทั้งความหวัง ความเชื่อถือ ความน่าประทับใจ ความน่าตื้นตันใจ ต่อ ค่านิยมไทย ต่อวัฒนธรรมไทย ต่อสถาบันชาติ สถาบันศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และต่อ “คนไทย” โดยรวม

และถ้าคลิปนั้นทะลุทะลวงผ่านระบบสื่อสาร แอพพลิเคชันต่างๆไปประคองหัวใจแห่งความหวังของคนทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นทีวี โทรศัพท์มือถือ จอหนัง หรือแม้กระทั่งกลายเป็นข้อเขียนหรือกลายเป็นคำบอกเล่าจากปากต่อปากสู่วงสนทนาในที่ไกลลิบ

นี่คือโอกาสที่เงินหมื่นล้าน ก็ซื้อไม่ได้

คล้ายกับที่ไทยเราเคยออกคลิป30วินาทีที่ขอบคุณโลก ที่มาช่วยหมูป่าติดถ้ำหลวง และสร้างศักดิ์ศรีไทยในเวทีภาคนานาชาติอย่างที่สัมผัสได้มาแล้วเมื่อสองปีก่อน

ผู้สามารถสร้างสรรค์การบอกเล่าอาจไม่ได้มาจากคนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เท่านั้น

เพราะความสามารถสร้างสรรค์อาจมาจากใครก็ได้..ที่อ่านทะลุอารมณ์

โลกกำลังตะลึงกับตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่ทะลุ13ล้านคนและยังเพิ่มต่อทุกวัน

หลายสังคมในโลกกำลังประหลาดใจกับความรั้นของสังคมประเทศที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและทุน ตะลึงกับความรั้นของผู้นำ ตลอดจนความไม่ร่วมมือของประชาชน ความสูญเสียต่อสุขภาพและชีวิตอย่างน่าตกใจเพราะความตายสะสมได้แซงแม้แต่ภัยสงครามไปเรื่อยๆทุกวัน

มีการแย่งชิงสินค้าจำเป็นด้วยอำนาจรัฐ มีแม้แต่การแย่งชิงสินค้าด้วยผู้คนธรรมดาราวกับปล้นทองคำ

ทุกสังคม จึงกำลังต้องการ ภาพจำที่ดี มีเหตุผล มีพลังใจ มีความห่วงใย มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม มีน้ำใจการแบ่งปัน มีความสามัคคี มีความต่อเนื่อง เพราะทำให้สังคมมีความหวัง

ความหวังว่า แม้จะมีความเสียหายของสิ่งสมมุติทางเศรษฐกิจมากมาย

แต่ถ้าความมีน้ำใจและผลมหัศจรรย์ทั้งสี่เกิดขึ้นที่เมืองไทยได้

เมืองของพวกเขาก็ยอมศึกษาตัวอย่างดีๆจาก”คนไทย” ได้เช่นกัน

เพราะเมืองไทยและคนไทย ให้ตัวอย่างที่ ไม่เพียงเกินคาดแก่โลก แต่เกินคาดแม้แก่คนไทยด้วยกันเอง

เราเริ่มนับถือในความร่วมมือ และความเสียสละที่เรามีร่วมกัน

สินค้าไทย อาหารไทย การยกมือไหว้ของไทย ตู้กับข้าวปันสุขแบบไทย ความใจสู้เสียสละ และเชื่อมั่นในความรู้ของแพทย์และระบบการสาธารณสุขไทย จะทำให้แฟชั่นไทย หน้ากากผ้าของชาวบ้านไทย ละครไทย บทเพลงและดนตรีไทย สถาปัตยกรรมไทย ปิ่นโตไทย อาสาสมัครสาธารณสุขไทย สิ่งประดิษฐ์ไทย งานฝีมือไทย จะกลายเป็นของน่าใช้ น่าศึกษา ของคนอีกจำนวนสักเท่าไหร่ก็เดาไม่ถูกเช่นกัน

นี่ใช่ไหม ที่จะช่วยเศรษฐกิจไทย ได้อีกต่อหนึ่ง

อีกเรื่องที่น่าเล่าคือการมาถึงของรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ซึ่งจะเปลี่ยนต้นทุนขนส่งเดินทางและการเกิดเมืองใหม่ล้อมรอบทุกสถานีและชานชาลาทั่วประเทศ

เป็นความหวังที่มาจริง และดึงดูดการลงทุนทั้งจากภาคชุมชนชาวบ้าน ภาคธุรกิจไทย และเงินลงทุนระหว่างประเทศได้จริง

เพราะสร้างจริง เชื่อมจริง และเดินรถได้จริง

ออกแบบชานชาลาให้คนแก่ คนท้อง คนพิการเข้าถึงสะดวก เด็กเล็กก็ปลอดภัย คนลากกระเป๋าและรถเข็นเด็กก็สะดวก มีบริการส่งและรับของฝากของทุกชานชาลา มีเครนขับยกพัสดุจากขบวนรถขึ้นล่องเพื่อสินค้าการเกษตรในทุกสถานี รถไฟจะไม่เสียเวลา ราคาก็มาตรฐาน มีตู้เสบียงตู้อาบน้ำ แม้แต่ตู้เปิดบริการบีบนวดโดยหมอนวดชาวบ้านที่มี่ฝีมือ

มีบุคลกรมาตรฐานผ่านการฝึกฝน ช่วยดูแลเด็กหรือคนเปราะบางที่ต้องเดินทางคนเดียว มีผู้ทำหน้าที่ล่ามภาษาประจำสถานี มีระบบโทรสายด่วนบนทุกขบวนให้บริการสนับสนุนด้านภาษามือและภาษาต่างประเทศ

นี่ใช่ไหมที่จะขยับขับหมุน เศรษฐกิจภาคการบริบาล ในไทย ด้วยพลังผสานระหว่างคนรุ่นเดิมและคนรุ่นใหม่ ที่กำลังพึ่งการจ้างงานจากสำนักงานห้างร้านและรูปแบบธุรกิจเดิมๆแทบไม่ได้เสียแล้ว

คนมีฝีมือเชี่ยวชาญอย่าง นักบินยังตกงาน… เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอทั้งนั้น

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจแบ่งปัน จะทำให้คนที่คุ้นเคยแต่กับเศรษฐกิจแข่งขัน กลับมีกำลัง

เพราะในที่สุดแห่งทุกบันทึกทางประวัติศาสตร์

สิ่งมีค่าที่สุดเสมอของชีวิตมนุษย์ในทุกความยากลำบาก

คือ ยังเชื่อว่าชีวิตยังมีความหวัง

เราต้องทำให้คนไทยและความมีน้ำใจไทย ความอ่อนโยนและรับฟังกันอย่างสุภาพได้ของคนไทย เป็นของขายได้ และต้อง”ขายดี” แล้วอื่นๆก็จะดี และขายดี ตามไปได้เอง

โลกใช้เครื่องไฟฟ้า กล้อง เลนส์ รถยนต์ และเคยต้อนรับนักท่องเที่ยวและรับแฟชั่นจากญี่ปุ่นมาใส่กันได้อย่างมั่นใจ เต็มใจ

เพราะโลกยังจำคนญี่ปุ่นอย่างบรรทัดแรกของบทความนี้ได้ต่อไปอยู่นั่นเอง

สะอาด ขยัน สุภาพ มีระเบียบและซื่อสัตย์ ไม่ว่าญี่ปุ่นจะจัดโอลิมปิคในปีหน้าได้หรือไม่ก็ตาม

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
อดีตเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ