แฉ! เบื้องหลัง”ขบวนการปฏิวัติหยวก”ปชต.จอมปลอม จาบจ้วงสถาบันฯ

0

จากกรณีที่ ทหารอียิปต์ 1 นาย ซึ่งเป็นลูกเรือเครื่องบินทหาร ลงจอดท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 และพบว่ามีการออกนอกพื้นที่ ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ใน จ.ระยอง ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลว่า จะเกิดการระบาดระลอก 2

 

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง เพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจให้กับชาวระยอง พร้อมกล่าวขอโทษคนไทย และยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก

จากที่มีข่าวว่า นายกฯ จะเดินทางลงพื้นที่ ก็มี ชาย 2 คน คือ นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ ชูป้ายข้อความด่า นายกฯ ด้วยถ้อยคำที่หยาบคายเป็นอย่างมาก ตำรวจ พยายามเจรจาขอให้ออกจากพื้นที่ แต่ทั้ง 2 คน ยืนยัน ที่จะปักหลักชูป้าย และกล่าวว่าเป็นสิทธิของประชาชน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องควบคุม ทั้ง 2 ขึ้นรถพาไปยัง สภ.เมืองระยอง

 

ย้อนไป วันที่ 8 ก.พ.2563 เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ จ่าทหารนายหนึ่ง ก่อเหตุ กราดยิง ที่ โคราช สุดเหี้ยมโหด ขณะที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่งคง ตำรวจ ทหาร และหน่วยสนับสนุน กู้ภัย ทำงานกันอย่างหนัก เพื่อจะเร่งคลี่คลายสถานการณ์ ประชาชน ต่างกราบไหว้ขอพรจากย่าโม ให้เมืองโคราช ผ่านพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

กระนั้น ก็ยังมี คนกลุ่มหนึ่งมาซ้ำเติมสถานการณ์ หาเรื่องโยงไปถึง “ย่าโม” ศูนย์รวมจิตใจชาวโคราช ที่โพสต์แซะว่า “เอามาไว้ซะสูง บอกให้ไปช่วยแต่ไม่มีบันไดให้ลง จะไปช่วยยังไง” ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความไม่พอใจกับลูกหลานคนโคราชและผู้ที่เคารพนับถือ เป็นอย่างมาก

และอีกกรณี วันที่ 10 ก.ค. นายณัฐชนน ได้โพสต์ เฟซบุ๊ก Nutchanon Payakaphan “เรื่องกระเช้าและถุงพระราชทานในพิธีเคลื่อนศพตำรวจที่เสียชีวิตในเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช ผมได้โทรสอบถามกองงานพระราชพิธี สำนักพระราชวังมาแล้ว ทางกองงานฯ ก็ไม่ทราบความหมายหรือเหตุผลเช่นกัน และยังไม่ทราบว่าถุงพระราชทานไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร”

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว วันดังกล่าวนั้น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ  รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์   เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายอธิวัฒน์ พรมสุข หรือ น้องเดียร์  อายุ 18 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา   ที่ วัดหนองจิก   ต.หนองโดน   อ.ลำปลายมาศ  จ.บุรีรัมย์  ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงในห้างเทอร์มินอล  21 นครราชสีมา

และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ  เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีเชิญน้ำหลวง พวงมาลาหลวง และสิ่งของพระราชทานศพ นายวันชัย เวชวรรณ์  อายุ 41 ปี  หัวหน้าพนักงานคาร์แคร์ ในห้างเทอร์มินอล 21 นครราชสีมา ที่บ้านเลขที่ 53/2 บ้านบุขี้เหล็กใหม่พัฒนา ต.แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เหยื่ออีกรายที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้แทนพระองค์ ยังได้ เชิญน้ำหลวงรดน้ำศพ นายอธิวัฒน์ และนายวันชัย เชิญสิ่งของพระราชทาน และเชิญกระเช้าพระราชทาน มอบแด่ ครอบครัวของ นายอธิวัฒน์ และนายวันชัย ด้วย

 

และยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อเดือน มี.ค. ที่ประเทศไทย เกิดสถานการณ์โควิดระบาด นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ ได้โพสต์ทวีตข้อความและภาพของเพจเฟซบุ๊ก “Thailand Vision” ระบุว่า “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดซื้อและหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเบื้องต้นเป็นเครื่องช่วยหายใจ 100 เครื่อง รวมทั้งเครื่องมือแพทย์ต่างๆ มอบให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19”

 

แต่ นายณัฐชนน โพสต์ทวิตกลับ พุทธิพงษ์  ว่า ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าข่าวพระราชทานเครื่องช่วยหายใจ100เครื่องเป็น “fake news”แหล่งข่าวต้นทาง(Thailand Vision)ไม่สามารถระบุที่มาที่ไปของข่าวได้ ซึ่งหนึ่งในคนที่แชร์เฟคนิวส์นี้ด้วยก็คือ บี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมต.DE ซึ่งหน้าที่หลักคือไล่จับคนปล่อยข่าวปลอม

นี่ เป็นส่วนหนึ่งในวีรกรรมส่วนหนึ่งของ นายณัฐชนน จะสังเกตได้ว่า การกระทำการเช่นนี้  ใคร…เป็นคนเสี้ยม ยุยงปลุกปั่น หากไม่ได้รับการหนุนหลังจากกลุ่มการเมืองไหนหรือไม่

 

ในที่นี้ จะขอกล่าวถึง กลุ่มขบวนการปฏิวัติหยวก  หากจะเปรียบเทียบกับนักปฏิวัติรุ่นเก่า ๆ จะไม่กระทำการเยี่ยงนี้ ซึ่งจะทำให้ขบวนการปฏิวัติเสียหลัก ขาดความเชื่อถือจากประชาชนจากการสร้างข่าวปลอม

และอีกคนหนึ่ง นายภาณุพงศ์ จาดนอก นั้น ก็อยู่ในกระแสการเคลื่อนไหวมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่ ช่วงไวรัสโควิดระบาด ได้ออกมา มายืนถือป้าย “ยกเลิก พรก. ประชาชนคือเจ้าของประเทศ จงคืนสิทธิเสรีภาพแก่พวกเรา”

จะเห็นได้ว่า การเคลื่อนไหวของ ทั้ง 2 คนนั้น มีการเคลื่อนไหวและนำพาผู้คนเข้าร่วมเรื่อยๆ ซึ่งก็คือ กระบวนการจัดตั้ง นั่นเอง

และยังมีอีกเหตุการณ์ คือ แฟลชม็อบ แสดงจุดยืนไม่เอาเผด็จการ บริเวณหน้าเทศบาลเทิงพลาซ่า อ.เมือง จ.ระยอง มีการมารวมตัวกันของนักศึกษา พร้อมทั้งกับชูป้ายพร้อมข้อความ “ยกเลิก พรก. ประชาชนคือเจ้าของประเทศ จงคืนสิทธิเสรีภาพให้พวกเรา”

ต่อมามี ข่าว วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์  หายตัวไป คนกลุ่มนี้ ก็ออกมาเคลื่อนไหวอีก

ซึ่งอยากจะลำดับความให้เห็นว่า ชาย 2 คนนี้ ออกมาทำกิจกรรมเคลื่อนไหว เพราะไม่พอใจนายกฯ กระนั้นเหรอ??? แต่จริงแล้ว…เป็นความตั้งใจที่จะเคลื่อน เพื่อที่จะทิ่มแทง หาช่องทางทำทุกวิถีทางต่อ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งก็แน่นอน เป็นการกระทำที่ต้องการให้ไปสู่เป้าหมาย นั่นก็คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะอะไร ?? … ซึ่งทุกครั้งในการเคลื่อนไหว หากหาช่องจังหวะได้ ก็จะโยงไปยัง สถาบันพระมหากษัตริย์ ทันที! และหลังจากนั้น คนกลุ่มนี้ จะคิดอีกทีว่า ปัญหานั้นอยู่ที่ กองทัพ และ ศาล และแน่นอนผู้ที่จะต้องออกมาขัดขวางการเคลื่อนไหว นั่นก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก

และหลังจากที่ 2 หนุ่มนั้น เคลื่อนไหวแล้ว ก็มาดูว่า ใครจะออกมาขานรับกับเรื่องนี้…แน่นอน จะเป็นใครไปไม่ได้ …

“ธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ” แกนนำคณะก้าวหน้า  ที่ได้โพสต์แสดงความเห็นลงในทวิตเตอร์ ด้วยข้อความที่ระบุว่า การไประยองครั้งนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ ไร้ซึ่งประโยชน์สิ้นดี เพราะไม่กล้าไปเจอหน้าและตอบคำถามจากประชาชนในฐานะนายกรัฐมนตรีว่า “ท่านจะรับผิดชอบและมีมาตรการเยียวยาอย่างไร?” ผมขอเป็นกำลังใจและยืนเคียงข้าง #คนระยองไม่ยอมจำนน ครับ

ต่อมา ช่อ  พรรณิการ์  ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ว่า เราประชาชนขอยืนเคียงข้าง #คนระยองไม่ยอมจำนน ช่วยกันปกป้องคนที่กล้าทวงถามความจริงจากนายกฯ  ขอถามตำรวจ ใช้อำนาจอะไรมาควบคุมตัวประชาชนที่แสดงออกอย่างสันติ ขอถามนายกฯ จะเป็นนายกฯของคนทุกคน หรือเป็นนายกฯเฉพาะของคนที่ชื่นชมตัวเอง

และตามมาด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุข้อความว่า ในรัฐเสรีประชาธิปไตย การใช้อำนาจเพื่อจำกัดสิทธิประชาชน จะต้องมีกฎหมายให้อำนาจ และกระทำไปตามหลักพอสมควรแก่เหตุ นับตั้งแต่ คสช ครองอำนาจ จนสืบทอดอำนาจ จนท ละเมิดสิทธิของประชาชนตามอำเภอใจ ต้องอย่ายอมให้ความผิดปกติแบบนี้เป็นความปกติ #บ้านป่าเมืองเถื่อน #

เราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆ หรือ สรุปจะไม่ปกครองประเทศกันโดยกฎหมาย แต่จะปกครองตามอำเภอใจของ “นาย” เพื่อ “นาย” อย่างนั้นหรือ?…

ที่ทำๆ กันอยู่นั้น

  1. ไม่มีกฎหมายให้อำนาจกระทำ
  2. ต่อให้ไปควานหากฎหมายมาอ้าง ก็เอากฎหมายนั้นมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ใช้อย่างบิดผัน เพื่อจำกัดการแสดงออก
  3. ใช้อำนาจไปโดยเกินกว่าเหตุ ไม่ได้สัดส่วน
  4. เลือกปฏิบัติ มุ่งปราบปรามเฉพาะคนที่เห็นต่างจากรัฐบาล

ประชาชนต้องการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อความหละหลวมและล้มเหลวในการบังคับใช้มาตรการป้องกันโควิด19 ของรัฐบาลที่สร้างวิกฤตอันใหญ่หลวงให้กับชาวระยอง พวกเขาย่อมมีสิทธิที่จะแสดงออกได้

หากท่านไม่ฟังประชาชน แล้วท่านฟังใคร?

พอกันทีกับรัฐบาลเผด็จการคณาธิปไตย !!!

#บ้านป่าเมืองเถื่อน #เราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆ หรือ #โควิด19 #ระยอง #คนระยองไม่ยอมจำนน #การ์ดอย่าตก

ซึ่งในที่นี้ อยากจะถามว่า หากมีใครมาด่าคุณด้วยถ้อยคำหยาบคาย คุณคิดว่าเป็นการแสดงออกด้านประชาธิปไตย ที่ถูกต้อง… หรือ??? และคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นในสังคม….หรือไม่??  และ จะเห็นได้ชัดว่า มีการตระเตรียมการมากันเป็นอย่างดี

นี่คือ….เบื้องหลังที่เกิดขึ้น และมีการออกมาขานรับอย่างเป็นระบบ

การเคลื่อนไหวต่อมา ก็คือ ชาย 2 คนนี้ ได้ไปยื่นหนังสื่อต่อ กรรมาธิการ การกฎหมาย ฯ โดยมี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะ โฆษกกรรมาธิการการกฎหมาย ออกมารับหนังสื่อ พร้อมกล่าวว่า การแสดงออกเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ประชาชนสามารถตั้งคำถาม จึงจะเร่งนำเรื่องนี้เข้าไปหารือในกรรมาธิการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขตหรือไม่ เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่าง

คงก็ไม่ต้องบอกว่า รังสิมันต์ โรม คือใคร … แน่นอน เป็นบุคคลหนึ่งในขบวนการนี้ ซึ่งเป็นคนที่มีความคิดอันโด่ดเด่นที่ออกมาต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย

ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเห็นว่า คณะดังกล่าวเคลื่อนตัวทุกครั้ง และมีสื่อนำไปขยายเชื่อมโยง ทำให้เห็นภาพ เรียกได้ว่า ชัด ครบ จบ จริง ซึ่งเวลาเดินเรื่องแล้วต้องมีการสร้าง อีเวนท์จัดกิจกรรม , ไลฟ์สด , แชร์ , ส่งต่อข้อมูล หากเหยื่อโดนงับ ก็จะสร้างเงื่อนไขเพื่อเคลื่อนไหวต่อ จากนั้นก็จะมาขยายข้อมูล ด้วยการไปร้องเรียนยัง สภาฯ และบรรดาเครือข่ายทั้งหลาย ก็ออกมารับลูกต่อ

ถามว่า …  รัฐบาล ควรทำอย่างไร ? ซึ่งเมื่อผิดกฎหมาย ก็ต้องจับกุม ถ้าไม่ทำ ก็จะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่ ทำไม่ถูกต้อง ก็สามารถฟ้องร้องได้

ฉะนั้น อย่าดีแต่ปาก

แน่นอน กลุ่ม”ขบวนการปฏิวัติหยวก”  หากกระทำการสิ่งใด สิ่งที่กลุ่มพวกนี้ต้องการสูงสุด คือ การโจมตีสถาบัน  การที่ 2 หนุ่มวัยรุ่นไปยืนชูป้ายป่วนนายกฯ ที่ จ.ระยอง ก็เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติหยวก  เช่นกัน

(ขบวนการปฏิวัติหยวก : ขบวนการที่ต้องการปฏิวัติประชาชน ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ ซึ่งไม่มีเนื้อหาที่แข็งแรง ไม่มีการจัดตั้งที่เข้มแข็ง ไม่มีการยกระดับความคิดประชาชนให้มีปัญญา สร้างแต่กระแสปลุกเร้าให้เกิดความเกลียดชังโกรธแค้น ซึ่งจะเหตุเกิดมาเพียงชั่วขณะหนึ่ง และเมื่อประชาชนรู้ความจริง เรื่องก็จะค่อย ๆ เงียบไป  โดยไม่หวังผล หรือ ถ้าได้ผล ก็จะเกิดกระแสให้ประชาชนออกมาปะทะกัน จนเกิดเหตุความวุ่นวายรุนแรงในสังคม)