ทิศทางไทยเสนอ3ข้อดึง “พ.ร.บ.งบประมาณ” เข้ามาอยู่ในอำนาจพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

0

สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.จนถึงวันที่ 30 เม.ย.63 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พร้อมจัดระเบียบการทำงาน ยกระดับเป็นศูนย์ฉุกเฉินในเรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19 โดยใช้ชื่อว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19. ) หรือ ศบค.

 

ดังนั้นสถานบันทิศทางไทยมีข้อเสนอต่อ​ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19. ) หรือ ศบค.

1.​ พิจารณาให้​ “พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ” เข้ามาอยู่ในอำนาจของ​ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน​

2.พิจารณางบประมาณ​ปี​ 2563​ จำนวน​ 3.2​ ล้านล้านบาทใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ​ ​”งบประมาณเพื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน” ใน​ 3​ ด้านเป็นอันดับแรก​ คือ

2.1​ งบประมาณด้านการควบคุม​ สกัดกั้น​ การแพร่ระบาด​ และการรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย​ Covid-19​ (เพื่อสนับสนุนด้านการยัยบั้งและรักษาพยาบาลจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย)​

2.2​ งบประมาณ​ด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกภาคส่วน​ (เพื่อประคับประคองให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ​ “ทั้งระบบ” ที่ได้รับผลกระทบยังสามารถดำเนินต่อไปได้ต่อเนื่องไม่หยุดชงัก)​

2.3​ งบประมาณพิเศษด้านการฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤติ​ Covid-19​ อย่างยั่งยืน​ (โดยสัมพันธ์ไปกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับทั้งโลก​ และสร้างความยั่งยืนของประเทศบนพื้นฐานของการพึ่งพาตัวเองเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต)

 

3.​ ตั้งคณะกรรมการ​เพื่อพิจารณาแผนงานและงบประมาณ​ข้างต้น​ โดยประกอบด้วยรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง​ ต่อนายกรัฐมนตรี​

3.1 คณะกรรมเพื่อพิจารณาแผนและงบประมาณ

3.2 คณะกรรมการ​เพื่อการสกัด, ยับยั้ง​ การแพร่ระบาด​ และการรักษา​

3.3​ คณะกรรมการเพื่อการเยียวยา​ทางเศรษฐกิจทุกภาคส่วน

3.4​ คณะกรรมการเพื่อการฟื้นฟูประเทศอย่างยั่งยืนหลังวิกฤติ​ Covid-19​ โดยประกอบด้วยรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง​ ผู้เชี่ยวชาญ​ นักวิชาการ​ ภาคเอกชน​ และภาคประชาสังคม​ ฯลฯ​ เพื่อนำเสนอยุทธศาสตร์​ แผนงาน​ วิธีปฏิบัติ​ และ​งบประมาณ​ ต่อนายกรัฐมนตรี