เปิดประวัติ “รังสิมา” ผู้ประกาศข่าวหน้าสวย ติดแท็กด่ารัฐบาล เส้นทางการทำงาน-ธุรกิจส่วนตัว บอกคำเดียวว่า มาไกลเหลือเกิน

0

จากกรณีผู้สื่อข่าวดัง “รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร” จากสถานีข่าวช่องดัง ได้เข้าร่วมวงติดแฮชแท็ก #รัฐบาลส้น…คนเชียร์ก็ส้น… และ #รัฐบาลหัว… ส่งผลให้เกิดกระแสวิจารณ์ถึงความเอนเอียงของสื่อมวลชนช่องดัง และการตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการเป็นสื่อมวลชน

โดยทางด้านของ “รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร” ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “ถามจริง ถ้าเช้านี้เล่นข่าว #รัฐบาลหัว… เราจะอ่านคำนี้ได้รึเปล่า คุณผู้ชมจะบอกว่าเราไม่น่ารักรึเปล่า” โดยนักข่าวดังยังได้โพสต์ปิดท้ายอีกด้วยว่า “หัว…วย”

ทางด้าน “รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร” ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ว่า กริ๊งขอลาพักหน้าจอนะคะ หลังจากที่กริ๊งทวิตข้อความ ติดแฮชแท็กที่กำลังเป็นที่นิยมในทวิตเตอร์ซึ่งมีถ้อยคำหยาบคาย สร้างความไม่สบายใจให้แก่ผู้ที่ได้เห็นข้อความ และคำที่ไม่สุภาพในการจัดรายการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความน่าเชื่อถือในอาชีพสื่อมวลชน คุณผู้ชมที่ให้ความรักและความไว้วางใจในการทำงานของกริ๊งมาโดยตลอด

ได้เข้ามาตักเตือน ตำหนิ และท้วงติงในเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งกริ๊งได้เห็น ได้อ่านทุกข้อความค่ะ กริ๊งอยากจะขอโทษที่นำถ้อยคำหยาบคาย ไม่สุภาพเหล่านั้นมาฉายซ้ำในช่องทางของตัวเอง ขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบและรอบด้าน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นหมดกริ๊งน้อมรับเป็นความผิดของตัวเองแต่เพียงผู้เดียวค่ะ

อ่านข่าวที่่เกี่ยวข้อง : ไหว้สวยสำนึกผิดแล้วค่ะ!! “รังสิมา” ผู้ประกาศข่าวสาวพักงาน ร่ายยาวกราบขอโทษกลับไปปรับทัศนคติตัวเอง

ล่าสุดในโลกออนไลน์ ได้มีแฟนรายการข่าวของ “รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร” บางส่วน แสดงความคิดเห็นด้วยว่า สื่อควรทำหน้าที่สื่อข่าวไม่ใช่สื่ออารมณ์ตัวเอง ,ถ้าคิดต่ำ ทำประโยชน์​ไม่ได้หรอก ต้องปรับจิตใจและความคิดให้ได้ก่อน เป็นกำลัง​ใจ​ขอให้ทำได้ละกัน , พักแล้วกลับไปศึกษาเรื่องจรรยาบรรณ​สื่อให้มาก ๆ ปรับพฤติกรรม​ตัวเองเป็นสื่อแล้วหยาบคายออกสื่อไม่ควร

นอกจากนี้ ยังมีข้อความระบุด้วยว่า “นางรังสิมาเป็นเจ้าของร้านทำบุญ (จิตใจนางต่ำแต่หาแด_กับรับจัดงานทำบุญ ช่างย้อนแย้งเหลือเกิน) และ Nara cafe & Hostel ย่านดอนเมือง นางไม่ต้อนรับสลิ่มชนทุกท่านนะคร้าบ โปรดร่วมด้วยช่วยกันสนองความปากหมาของนาง”

สำหรับประวัติของ รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร เจ้าตัวเป็นผู้ประกาศข่าวของช่องเนชั่น และได้ย้ายมาทำงานที่ช่องอัมรินทร์ทีวี โดยเคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสารชื่อดัง เล่าว่า “จากแอดมิชชั่นไม่ติด เลยเรียนให้จบใน 2 ปีครึ่ง จากเอ็มซีในห้าง มาเป็นผู้ประกาศข่าวช่องดัง จากทำขนมเล่น ๆ มาทำ 2 ธุรกิจส่วนตัว”

กรุ๊งกริ๊งบอกว่าจุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่คุณแม่ของเธอมีปัญหาการเงิน เธอเลยบอกว่าหลังจากนี้เธอจะหาเงินเรียนเอง ก็เริ่มทำงานตั้งแต่ ม. 6 เป็นงานตามห้าง พอดีเพื่อนเป็นสต๊าฟก็ถามเค้าว่าสมัครยังไง พอได้งานก็ต่อมาเรื่อย ๆ ทั้งให้ชิมน้ำผลไม้ น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์หลายอย่างรายได้ก็เริ่มจากวันละ 300 บาทขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงหลักพัน

จนมีอยู่ครั้งนึงพิธีกรมาสาย จริงๆ งานนั้นเราไปรับจ้างเต้นเปิดงาน พอเรารู้ว่าเอ็มซียังไม่มา ก็ไปขอพี่เค้าว่าหนูขอเป็นพิธีกรได้มั้ย ตอนแรกเค้าบอกว่า “ไม่ให้” แต่รอเท่าไหร่เอ็มซีคนนั้นก็ไม่มาสักที พี่เค้าเลยบอกว่าถ้าพี่กินข้าวจานนี้หมดแล้วเอ็มซียังไม่มา เค้าจะให้เราขึ้นเวทีเลย สุดท้ายเราก็ได้เป็นเอ็มซีงานนั้นไป 10 วัน แฮปปี้มาก ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เรารู้สึกว่าบางงานเค้าก็ไม่ต้องการแค่ความสวยอย่างเดียว เตี้ย ๆ อย่างเราก็เป็นได้เหมือนกัน”

ต่อมาเธอได้ผ่านการคัดเลือกเข้ามาเป็นพิธีกรรายการดัง หลายรายการทางช่องเนชั่น และในระหว่างที่ทำงาน ก็เรียนต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปด้วย ” เพราะความเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉย ๆ ช่วงที่กรุงเทพฯ น้ำท่วม เธอก็ใช้เวลาว่างไปเรียนปริญญาโท ตอนนั้นเลือกเรียนคณะบริหารสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็เรียนจบในสองปี หลังจากนั้นพอได้อ่านข่าวดึกอย่างเดียว

เลยคิดว่ายังมีเวลาเหลือ กลางวันไม่มีอะไรทำ เลยไปเรียนทำขนม ปั้นเค้กเป็นรูปคน เป็นเซ็ตเครื่องสำอาง มีคนเห็นเราทำก็อยากได้ ก็เลยเริ่มทำขาย แล้วก็กลายเป็นงานอดิเรกที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย แล้วก็ยังไปเรียนแกะสลัก วันเสาร์หลังจบรายการข่าวตอนเช้าก็รีบไปเรียน วันธรรมดารอเข้าข่าวมีเวลาว่างหลายชั่วโมง ก็เลยแกะสลักไปเรื่อย เอาของครูดูเป็นตัวอย่างแล้วแกะเลย ก็เอ้ยเราทำได้นี่ ”


นอกจากงานอดิเรกแล้ว กรุ๊งกริ๊ง ยังทำธุรกิจส่วนตัวอีก 2 อย่าง “ณาราทำบุญ” เป็นธุรกิจรับจัดงานบุญ อย่างขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญบริษัท แต่ความแตกต่างคือถ้วยชามที่กริ๊งใช้เป็นลายครามบนขันโตกทั้งหมด การจัดโต๊ะหมู่บูชาที่ถูกต้อง เลือกที่ปรึกษาที่มีความรู้เฉพาะด้านเพื่อให้งานพิธีถูกต้องและสวยงาม แล้วด้วยความที่กริ๊งกับแฟนเป็นคนละเอียดทั้งคู่ก็เลยทำให้เราชอบทำงานนี้ ไม่ใช่แค่สักแต่ว่ามี แต่อยากใส่ใจรายละเอียดที่ถูกต้องให้กับลูกค้า เครื่องปรุงเราก็เลือกแบบ LS (โลว์โซเดียม) ทั้งหมด อีกธุรกิจคือน้ำสมุนไพร “ธารณารา”

เพราะเราเคยทำน้ำปานะไปถวายพระที่วัดแล้วเผื่อญาติโยมด้วย พอเค้าได้ลองชิมก็ขอถุงใส่กลับบ้านกัน ก่อนหน้านี้เราเคยอยากทำขายมาก่อน ก็ศึกษาตลาด หาบรรจุภัณฑ์ ศึกษาคู่แข่งไว้หมดแล้ว ของเราจะเป็นแบบไม่เน้นหวาน เพราะส่วนตัวไม่ทานหวาน มีทั้งน้ำเกสรดอกบัว น้ำรากบัว ชามะลิ เก๊กฮวย ใบเตย สิ่งที่แตกต่างคือจะมีวุ้นสมุนำพรสผมด้วย

และความสำเร็จต่าง ๆ ที่ทำให้ชีวิตมีวันนี้ กรุ๊งกริ๊ง รังสิมา บอกว่า เริ่มจากความไม่มี ไม่มีครอบครัวสมบูรณ์ ไม่มีมหาวิทยาลัยในฝัน ไม่มีความขาว ไม่มีความสูง คือเราไม่ผ่านอะไรสักข้อเลยตอนเด็ก ๆ เลยพยายามเรียนให้เก่ง เป็นคนตัวเล็กก็พยายามเป็นผู้นำเพื่อน เพื่อนต้องตามชั้นไม่ใช่ชั้นตามเพื่อน คืออะไรที่มันขาดไปในชีวิตก็พยายามหามาชดเชยให้ตัวเอง ให้เป็นพลังบวกที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ทั้งนี้เมื่อย้อนไปดูภาพของเธอตอนวัยรุ่น ก็คงจริงอยากที่บอกว่า เธอเองไม่ใช่คนสวย ผิวไม่ได้ขาว แต่ก็สามารถที่จะดูแลตนเอง พัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ ถือว่าเป็นหญิงสู้ชีวิตคนหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางช่องอัมรินทร์ ได้เคลื่อนไหวรายงานข่าวว่า เจ้าตัวขอพักหน้าจอรายการข่าวเช้า และจะกลับไปทบทวนบทบาทของตนเอง พร้อมขอให้แฟนคลับสังคมให้อภัย และจะนำเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียน

อ้างอิงบทสัมภาษณ์ : cleothailand