หนุ่มมะกันวัย 37 ปี ประกาศกร้าวจะไม่สวมหน้ากาก หลงเชื่อผิด ๆ ท้าทายโควิด-19 สุดท้ายจบชีวิตเศร้า

0

หลังจากที่ชายชาวเท็กซัส อายุ 30 ปี ที่ตอนแรกเขาได้เข้าร่วมปาร์ตี้ดังกล่าวและติดเชื้อโควิด-19 ในเวลาต่อมา เขามีอาการป่วยหนัก เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด

ก่อนสิ้นใจ เขาได้บอกว่า “ผมทำผิดพลาดไป ผมคิดว่าโควิดเป็นแค่เรื่องหลอกลวง แต่มันไม่ใช่ มันคือเรื่องจริง ” โดยปาร์ตี้ดังกล่าวเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนก.ค. ที่ผ่าน จนตอนนี้เพิ่งผ่านมาได้เพียง 10 วัน ถือเป็นการติดเชื้อที่สุ่มเสี่ยงและรวดเร็วมาก ยังไม่รวมพลเมืองคนอื่น ๆ ที่มาร่วมงานด้วย ว่าจะมีอาการในระยะที่ฟักตัวหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หนุ่มเท็กซัส ร่วมงานปาร์ตี้โควิดในสหรัฐฯ จบชีวิตเศร้า ไล่ไทม์ไลน์ติดเชื้อ เงินเดิมพันก็ไม่ได้

ล่าสุดก็มีอีกเหตุการณ์สลด เมื่อหนุ่มมะกันวัย 37 ปี เสียชีวิตเพราะติดเชื้อโควิด ทราบว่า ริชาร์ด โรส ชาวอเมริกันวัย 37 ปี จากเมืองพอร์ตคลินตัน รัฐโอไฮโอ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อเดือนเมษายน 2563 ว่าจะไม่ซื้อหน้ากากมาใส่ เพราะโควิด-19 เป็นแค่โฆษณาเกินจริง อวดอ้างจนน่ากลัว ทั้ง ๆ ที่ทางการสาธารณสุขรณรงค์ใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมและล็อกดาวน์


เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสระบาดในเดือนมีนาคม แต่เจ้าตัวปักใจเชื่อว่าหน้ากากไม่ได้มีความจำเป็น หลังจากนั้นสองเดือนต่อมา โรสถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา เขาประกาศผ่านเฟซบุ๊กเองว่าจะต้องกักตัว 14 วัน เพียง 3 วันจากนั้น หนุ่มวัย 37 ที่ไม่เคยมีโรคประจำตัว เสียชีวิตที่บ้านในวันที่ 4 ก.ค.

เมื่อตรวจสอบบนโพสต์บนเฟซบุ๊กของเขา บ่งบอกว่าผู้ตายไปเยือนสถานที่สาธารณะหลายแห่งก่อนล้มป่วย และไปโดยที่ไม่สวมหน้ากากเพื่อป้องกันตัวเอง จึงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ นิค คอนลีย์ เพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า เพื่อน ๆ และครอบครัวช็อกกับการจากไปของโรส ทุกคนรู้เรื่องไวรัส แต่ไม่คาดคิดว่าจะกระทบคนอายุไม่มากอย่างพวกเรา