เจ๊หน่อย ข้อมูลอีกด้านท่ีต้องเข้าใจ ฟังนักการทูตอธิบาย จะได้ไม่ต้องด่า ศบค. ลุงตู่ ที่แสดงสปิริตขอโทษกรณี ทหารอียิปต์และลูกทูตซูดานแล้ว

0
3008

กรณีพบทหารอียิปต์ และ ลูกสาวอุปทูตซูดานประจำประเทศไทยวัย 9 ปี ป่วยเป็นโควิด19 จนก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจ จากสังคม โดยเกรงว่าอาจเกิดการแพร่ระบาดระลอกสอง

และไม่พลาดที่บรรดาฝ่ายค้านฝ่ายแค้นทั้งหลายได้โอกาสที่ออกมาขย่มรัฐบาล กระหน่ำซ้ำเติมด้วยการโหนกระแสโจมตี

ยกตัวอย่าง เจ๊หน่อย หรือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โดย “เจ๊หน่อย” โพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์Sudarat Keyuraphan @sudaratofficial  ในวันที่ 14  ก.ค.63 พร้อมกับติดแฮชแท็ก #พรกฉุกเฉิน

ระบุว่า การ์ดห้ามตก  คนไทยเดินทางกลับบ้าน ต้องกักตัว 14 วัน แต่VIP. ต่างชาติไม่ต้องกักตัว แถมเดินทางไปได้ทั่ว  จนป่านนี้ยังไม่มีใคร หรือหน่วยงานไหน ออกมารับผิดชอบ ‘ทหารก็บอกปัด’ ตกลงใครอนุญาตให้คนเหล่านี้เข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว  หรือ #พรกฉุกเฉิน มีไว้ควบคุมเฉพาะคนไทยเท่านั้น.

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศบค. ได้ออกมากล่าวแสงความเสียใจและขออภัยเป็นอย่างสูง  โฆษกศบค.ระบุว่า  “เราเสียใจเป็นอย่างยิ่ง และเราจะทำให้ดีที่สุด เพราะในนามศบค.ปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ หลายเรื่องเป็นเรื่องใหม่ ที่ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญ และศบค.ไม่สบายใจ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูง”

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวแสดงความเสียใจและขอโทษต่อเหตุการณ์นี้ด้วยว่า “รัฐบาลโดยศูนย์โควิด-19 ไม่ได้หยุดยั้งในเรื่องเหล่านี้เลย ขอให้มีความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของเรา ซึ่งสามารถรองรับได้ แต่มันก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่ผมเสียใจ ก็ขอโทษพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยแล้วกัน จะต้องมาดูแลกันให้มากที่สุดในหลายๆ ประเด็น เพราะหลายปัญหาเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด หรืออาจจะเกิดข้อบกพร่องในบางประการ ผมเน้นย้ำในที่ประชุม ครม. ไปแล้ว และให้ ศบค. ไปแก้ไขเรื่องเหล่านี้ ทบทวนทุกอย่าง โดยเฉพาะมาตรการในการผ่อนคลายต่างๆ เหล่านี้ เพราะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัยของประชาชนโดยรวม ซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้น”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้มีข้อมูลจากทางการทูตที่น่าสนใจจาก อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล ได้ถ่ายทอดผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวระบุว่า…กม.ระหว่างประเทศ มีความละเอียดอ่อนที่คนไทยยังไม่ทราบ

กรณีที่เกิดขึ้น นักการทูตต้องกักตัวเองตามระเบียบของรัฐผู้รับ (ในที่นี้คือไทย) ภายใต้สถานการณ์โควิด ก็ถูกต้องแล้ว นักการทูตต้องทำตามระเบียบของรัฐผู้รับด้วย

นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล

คราวนี้ว่าถึงสถานที่กักตัว ในทางการทูต สถานทูตและที่พักของคณะทูตทุกคนอยู่ภายใต้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่รัฐผู้รับต้องดูแลให้การคุ้มกันและอารักขา

กรณีการ SQ เรามีข้อตกลงแต่แรกหรือเปล่าว่า นักการทูตต่างชาติต้องเข้าไป SQ ในสถานที่ๆรัฐผู้รับจัดให้. ? ถ้าเราไม่ได้เขียนระบุชัดแจ้ง เขาก็เลี่ยงได้ว่า เขาขอ SQ ในที่พักของเขา กรณีเด็กซูดาน ถ้าเขาถือว่าเขา SQ ในที่พักของเขาที่เป็นคอนโด เพราะเราไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน เขาก็ไม่ผิด.

แต่ที่เราเดือดร้อนเพราะเด็กซูดานดันติดเชื้อ ซึ่งก็เปรียบเหมือนคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศอยู่ใน SQ แล้วติดเชื้อ แต่ต่างกันที่คนไทยติดเชื้อใน SQ ที่ไทยกำหนด ส่วนซูดานติดเชื้อใน SQ ที่เป็นที่พักของเขาซึ่งได้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ดังนั้น ล่าสุดข่าวว่า ศบค.ออกกฏเข้มว่านักการทูตต้องกักตัวก็ขอให้ระบุไปเลยว่าต้องเป็น SQ ที่ไทยเรากำหนด เอาให้ชัดๆไปเลย

สำหรับเรื่องเที่ยวบินพิเศษนั้นทุกประเทศเขาเปิดช่องไว้หมดครับ เผื่อกรณีฉุกเฉิน และต้องร้องขอ diplomatic clearance เป็นกรณีๆไป เครื่องบินพิเศษที่ส่วนใหญ่เป็นเครื่องทหาร หรือเครื่องเช่าจากสายการบิน จะบินตามเส้นทางบินปกติของเครื่องบินพาณิชย์ไม่ได้ เพราะบางประเทศเขาห้ามเครื่องบินทหารบินผ่าน

ดังนั้น เครื่องบินทหารบางครั้งต้องบินอ้อม ซึ่งต้องลงจอดเป็นระยะๆเพื่อเติมน้ำมัน เราจะไปจำกัดสิทธิ์หรือตัดสิทธิ์เครื่องบินเที่ยวบินพิเศษคนอื่นก็เท่ากับเราตัดสิทธิ์ของเราเองด้วย ถ้าเกิดกรณีฉุกเฉิน เราก็ซวย

สมมุติเราต้องส่งเที่ยวบินพิเศษไปรับคนไทยที่ซูดาน (ซึ่งตอนนี้มีคนไทยไปทำงานที่ซูดาน เช่น ทหารไทยที่ไปปฏิบัติภารกิจภายใต้ UN เป็นต้น) และเครื่องอาจต้องแวะจอดที่อียิปต์ ถ้าเราไปตัดสิทธิ์เขา เขาก็ตัดสิทธิ์เราห้ามบินผ่านหรือห้ามจอดเช่นกัน

ดังนั้น ที่ผมออกมาเตือนคือ เราคนไทยด่ากันผิดประเด็น ไปด่า ผบ.ทบ. ด่าหมอทวีศิลป์ ด่า ศบค. กล่าวหาว่ารัฐให้สิทธิพิเศษปล่อยพวกนี้ออกมาเพ่นพ่าน เลือกปฏิบัติให้สิทธิพิเศษ Super VIP ซึ่งมันไม่ใช่ !!! ศบค.เขามีกฏออกมาแล้วต้อง SQ แต่อาจมีช่องโหว่ที่นึกไม่ถึง ก็ปิดช่องโหว่นั้นซะ ออกระเบียบให้ชัด ระบุไปเลยว่าต้องอยู่ในที่ๆเราจัดให้เท่านั้น

ส่วนเที่ยวบินพิเศษถ้าขอบินผ่าน แวะเติมน้ำมัน เราก็อาจออกกฏให้เขา seal ตัวเองอยู่บนเครื่อง หรือภายใต้สถานที่จำกัดที่เรากำหนด เมื่อเข้ามาแล้วต้องรีบออกไป ห้ามเข้าเมือง อะไรแบบนี้เป็นต้น

ผมออกมาให้สติเตือนก็ถูกต่อว่า หาว่าปกป้องคนทำผิด !? ใครทำผิดครับ !? เราทำถูกต้องมาตลอด ทุกอย่างเป็นไปตามสากลกฏเกณฑ์ทุกอย่าง แต่พอเกิดเหตุแทนที่จะมีสติกลับด่ากราด บางคนแรงถึงขนาดให้ขับไล่ออกนอกประเทศ ห้ามเที่ยวบินพิเศษเข้ามา ไปกันใหญ่เลย หวังว่าคงจะพอเข้าใจกันบ้างนะครับ

กม.ระหว่างประเทศ มีความละเอียดอ่อนที่คนไทยยังไม่ทราบกรณีที่เกิดขึ้น นักการทูตต้องกักตัวเองตามระเบียบของรัฐผู้รับ…

Posted by Fuangrabil Narisroj on Tuesday, July 14, 2020