ล็อกเป้า?รมต.จากกปปส.ไร้ผลงาน – ผลงานโพล น่าสงสัยมีอะไรอยู่เบื้องหลัง???

0

จากที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพล รายงานผลสำรวจอ้างประชาชนไม่พอใจรัฐมนตรีที่เคยเป็น กปปส. ชี้สร้างความขัดแย้ง แก่งแย่งตำแหน่ง ทำให้เกิดข้อกังขาถึงโพลดังกล่าวว่าทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ใดหรือไม่ เพราะมีขึ้นในห้วงเวลาที่จะมีการปรับครม.อย่างบังเอิญจนแทบไม่น่าเชื่อ?!?

ทั้งนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ผลกรรมข่าวปรับคณะรัฐมนตรี จำนวน 2,203 ตัวอย่าง จากการสอบถามความพอใจของประชาชนต่อกลุ่มรัฐมนตรีที่เคยเป็นแกนนำ กปปส. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.6 พอใจค่อนข้างน้อย ถึง ไม่พอใจเลย ขณะที่ร้อยละ 13.4 พอใจค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด

เมื่อถามถึง เหตุผลที่ไม่พอใจกลุ่มรัฐมนตรีที่เคยเป็นแกนนำ กปปส. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.7 ระบุสร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย แก่งแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี บนความทุกข์ยากของประชาชน รองลงมาคือ ร้อยละ 59.6 ระบุไม่มีผลงานที่โดนใจ ทำงานไม่ตรงเป้าความต้องการของประชาชน ร้อยละ 56.3 ระบุ ไม่ทำตามอุดมการณ์ที่เคยประกาศไว้ ร้อยละ 27.6 ระบุ เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย

และร้อยละ 3.4 ระบุอื่นๆ เช่น เข้าไม่ถึงใจประชาชน ไม่สนใจประชาชน หลอกลวง เป็นต้น ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.8 ระบุควรปรับออกกลุ่มรัฐมนตรีในส่วนของรัฐมนตรีที่เคยเป็นแกนนำ กปปส. ในชุดนี้ ในขณะที่ร้อยละ 9.2 ระบุควรอยู่ต่อ

ส่วนเรื่องผลกระทบเงินบริจาค เมย์เดย์ ต่อ พรรคอนาคตใหม่ เดิม พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.3 ระบุส่งผลกระทบ ในขณะที่ร้อยละ 24.7 ระบุไม่ส่งผลกระทบ และเมื่อถามถึงความตั้งใจจะเลือก พรรคก้าวไกล ถ้าวันนี้เลือกตั้ง พบว่า แนวโน้มจำนวนคนตั้งใจจะเลือกลดลงจากร้อยละ16.7 ในช่วงก่อนข่าวเงินบริจาค มาอยู่ที่ร้อยละ 6.9 ในช่วงหลังข่าวเงินบริจาค โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.3 ในช่วงก่อนข่าวเงินบริจาค และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.1 ในช่วงหลังข่าวเงินบริจาค ที่ตั้งใจจะไม่เลือก

ด้าน ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวด้วยว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า ทั้ง “ผลกรรมข่าวปรับคณะรัฐมนตรี” และ “ผลกระทบเงินบริจาค เมย์เดย์” กำลังผลักประชาชนให้ไปอยู่ในภาวะ “กลางปัญหาเขาควาย” (Dilemma) คือ กลืนเผด็จการก็ไม่เข้า คายประชาธิปไตยก็ไม่ออก เพราะประชาชนไม่เอาเผด็จการ แต่ก็ไม่เป็นสุขกับประชาธิปไตยลุ่ม ๆ ดอน ๆ ตอนนี้ที่หันไปทางขวาก็เจอกับนักเลือกตั้งจ้องถอนทุนคืน

“แก่งแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี ทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคถึกที่กำลังเป็นอยู่ในฝั่งรัฐบาล และหันมาทางซ้ายก็เจอปัญหา นักอุดมการณ์ ลีลาคารมชมให้เคลิ้ม แต่ไม่ได้ดีไปกว่าอีกกลุ่มหนึ่งสักเท่าไหร่ จับต้องอุดมการณ์ไม่ได้ สร้างแต่ความหวังที่หางโผล่ให้เห็นความไม่ชอบมาพากลชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในห้วงเวลานี้คงต้องใช้บริการ ประชาธิปไตยทัมใจ ไปพลาง ๆ ก่อน” ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว

นั่นคือผลสำรวจที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพลอ้างออกมา ซึ่งทำให้เกิดคำถามตามมาอย่างมากมาย ในหลายแง่มุม แน่นนอนว่าที่แน่ๆเมื่อผลออกมาเช่นนั้น นั่นก็เท่ากับว่า ตลอด1ปีที่ผ่านมารัฐมนตรีกปปส.อย่าง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐด้วย โดยจากผลสำรวจด้วยการอ้างถึงการสอบถามประชาชนทำราวกับว่าทั้งสองไม่มีผลงาน และเมื่อไม่มีผลงานจริงก็คงอยู่อย่างลำบาก???

คำถามต่อมา ทำไมซูเปอร์โพล ถึงเจาะจงตั้งคำถามนี้ แม้จะทำควบคู่กับเรื่องเงินบริจาคเมย์เดย์ของคณะก้าวหน้า ก็ตาม นี่ก็ทำให้ยิ่งน่าสงสัยชวนให้ตั้งคำถามต่อไปว่า เป็นการทำเรื่องเงินบริจาคมาเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยหรือไม่??? หรือถ้าพูดให้ตรงกว่านั้นก็เพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดเกินไปหรือไม่??? นี่คือข้อสงสัยที่ชวนให้เกิดคำถาม!!!

ทำไมโพลถึงไม่ตั้งคำถามรัฐมนตรีทั้งครม. หรือถามรัฐมนตรีที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด ทั้งเรื่องการแก่งแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาจะแทบไม่ปรากฏเลยว่า เรื่องราวเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งในส่วนของพลังประชารัฐและคณะรัฐมนตรีว่ามีคนจากอดีตแกนนำกปปส.เข้าไปสร้างเรื่องวุ่นวาย ทั้งพุทธิพงษ์และณัฏฐพล ซึ่งหากจะอ้างผลงานที่ผ่านมา นั่นก็พอจะรับฟังได้อยู่บ้างเพราะต้องยอมรับเช่นกันว่า ทั้งสองการทำงานค่อนข้างแทบเป็นไปอย่างราบเรียบ ไม่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์มากนัก?!?

กระนั้นการตั้งคำถามของโพลที่ผ่านการสำรวจ ก็ชวนน่ากังขาอย่างที่ตั้งข้อสังเกตุ เพราะไม่ห้วงเวลานี้และไม่นานจากนี้ อาจต้องมีการปรับครม. ทั้งพุทธิพงษ์และณัฏฐพลอดีตแกนนำกปปส.ล้วนมีฐานที่มั่นอยู่ในกทม. และอาจมีความเป็นไปได้ว่า โควตารัฐมนตรีของพลังประชารัฐอาจลดลงด้วยต้องแบ่งเฉลี่ยไปให้พรรคเล็กที่รวมตัวกันนหนุนรัฐบาล ซึ่งความไม่แน่นอนในการปรับครม.นอกจากแว่วสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และทีมงาน4กุมารที่ส่อจะหลุดนั้น จะมียังคนอื่นๆในครม.จะถูกปรับออกอีกหรือไม่???   

เช่นนั้น จึงต้องขอตั้งข้อสังเกต อันชวนสงสัยถึงสำนักวิจัยโพลกับการทำผลสำรวจที่ออกมาโดยคล้ายพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีอดีตแกนนำกปปส. ว่ามีอะไรเป็นเบื้องลึกเบื้องหลังหรือไม่??? และถึงที่สุดแล้ว เมื่อสำนักโพลตั้งคำถามได้ ถึงคราวที่ต้องถูกตั้งคำถามบ้างก็คงต้องทัมใจอย่างที่ผอ.ท่านพูดไว้นั่นแหล!?!