หมอยง เตือนให้ระวังโควิดนำเข้าสายพันธุ์ G แพร่กระจายง่ายมาก

0

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หรือ หมอยง หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้โพสต์ข้อความว่า…

โควิด-19 แพร่กระจายโรคได้ง่ายขึ้น ปีการศึกษาและเผยแพร่ในวารสาร cell มีข้อมูลที่น่าสนใจ แต่เดิมสายพันธุ์ของโควิด-19 เริ่มต้นจากประเทศจีนเป็นสายพันธุ์ S และสายพันธุ์ L สายพันธุ์ L แพร่กระจายได้ง่ายในนอกประเทศจีน แต่สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทยใน wave แรก เป็นสายพันธุ์ S มีลักษณะจำเพาะในตำแหน่ง 829 บน spike โปรตีน หรือหนามแหลมที่ยื่นออกมา มีการเปลี่ยนแปลงเป็น Threonine (T829) เลยอยากเรียกว่าเป็นสายพันธุ์ T

 

สายพันธุ์ T เป็น ลูกสายพันธุ์ S ตอนนี้น่าจะหมดไปแล้ว เพราะเกิดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น สายพันธุ์ L เมื่อไประบาดนอกประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ได้ออกลูกหลานเป็นสายพันธุ์ G และ V โดยสายพันธุ์ G มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่ง 614 บนหนามแหลมที่ยื่นออกมา (spike) โดยเปลี่ยนแปลงจาก Aspartate (D) ไปเป็น Glycine (G) หรือเรียกว่าสายพันธุ์ G614 สายพันธุ์ G นี้แพร่กระจายได้ง่ายมาก ออกลูกหลานมาเป็น สายพันธุ์ GH และ GR

จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าสายพันธุ์ G นี้ แพร่ระบาดได้ง่าย (ในวารสาร cell) เพราะพบว่าผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ G จะมีปริมาณเชื้อที่ลำคอค่อนข้างมาก จึงแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย ทำให้ระบาดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น แต่สายพันธุ์ G นี้ไม่ได้ทำให้โรครุนแรงขึ้นยังคงเหมือนเดิม เพียงทำให้มีการแพร่กระจายไปทั่วโลกได้มากขึ้น

ดังนั้นขณะนี้สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกจึงเป็นสายพันธุ์ G มากที่สุด สายพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศและมาตรวจพบใน state quarantine ของประเทศไทยจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสายพันธุ์ G แล้ว และเชื่อว่าถ้ามีการระบาดในระลอก 2 สายพันธุ์ที่จะระบาดจะต้องเป็นสายพันธุ์ G ที่ย้อนกลับมาจากประเทศทางตะวันตก และในเอเชียอยู่ขณะนี้ ไม่น่าจะเป็นสายพันธุ์ S ที่เคยระบาดอยู่ในประเทศไทย

ขณะนี้ทางศูนย์ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสำนักงานควบคุมโรคเขตเมือง สปคม ในการศึกษาสายพันธุ์ที่พบอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะที่อยู่ใน state quarantine เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลพื้นฐาน และถ้ามีการระบาดเกิดขึ้นในประเทศไทย เราก็สามารถศึกษาย้อนกลับว่าสายพันธุ์ที่ระบาดน่าจะมาจากประเทศใด ในการศึกษานี้เราจะดูตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงของไวรัสทั้งหมด 6 ตำแหน่ง ทำได้ไม่ยากและรวดเร็ว เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลสำหรับประเทศไทยต่อไป

ถ้าสายพันธุ์ G แพร่ได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ S ตามที่ได้มีการศึกษาไว้ การระบาดระลอก 2 ก็จะต้องป้องกันอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามสายพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรค เป็นการติดตามการระบาดวิทยาและเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดโรคได้ง่ายหรือยาก เพราะสายพันธุ์ G เจริญเติบโตได้ดีในทางเดินหายใจจึงมีปริมาณไวรัสมากกว่า

ที่มา : Yong Poovorawan