ผบ.ทบ.สหรัฐ เยือนไทย มีอะไรมากกว่า โควิด-19

0

หลังจากที่ พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดย นายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณ กองทัพบกสหรัฐ ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมผู้บัญชาการทหารบก ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก รวมทั้ง มอบสนับสนุนเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยเหลือไทย เพื่อป้องกันโรคโควิด-19

 

พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ได้ชื่นชมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของรัฐบาลไทย และการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรี ที่ประสบผลสำเร็จ พร้อมยืนยัน ที่จะสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก มีเสถียรภาพ เสรี เปิดกว้าง และยั่งยืน

การที่ พล.อ.เจมส์ แมคคอลวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ เดินทางมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ มีวาระอะไรเป็นพิเศษ หรือไม่ ที่ทำให้ พล.อ.เจมส์ ยืนยันอย่างหนักแน่ ต้องมาเยือนไทยให้ได้ ซึ่งไทยเอง ก็ได้พยายามผัดผ่อนมาตลอด และ สหรัฐ เอง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า ขณะนี้มีปัญหาในภูมิภาคอาเซียน

ซึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์  ประธานาธิบดีของสหรัฐ ออกมาโจมตี จีน หลายประเด็น กรณี เรื่องการออกกฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง ว่าเป็นการบ่อนทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกง พร้อมประกาศว่า สหรัฐ ยกเลิกการให้สถานะพิเศษทางการค้าต่อฮ่องกง ด้วย

ท่าทีของสหรัฐมีขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่งโมงก่อน หน้าที่รัฐบาลปักกิ่ง จะอนุมัติใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของฮ่องกง ก่อนหน้านั้น สหรัฐ ได้จำกัดการออกวีซ่าแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน ซึ่งจีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีดำพลเมืองสหรัฐ ที่มีพฤติกรรมเลวร้ายต่อฮ่องกงด้วย

 

และสถานะของจีน ในทะเลจีนใต้ ถูกสั่นคลอนครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลฟิลิปปินส์ โดย ประธานาธิบดี ดูแตร์เต หันไปซบสหรัฐ กรณีจะไม่ระงับข้อตกลงทางทหารที่กับสหรัฐ  ที่ทำมา 70 ปี ซึ่งก่อนหน้า แสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐมาตลอด และพยายามเป็นถ้อยทีถ้อยอาศัยกับจีน แต่ในระยะหลังจีน เริ่มแสดงแสนยานุภาพทางทหารในทะเลจีนใต้มากขึ้น

การกลับลำของ ดูแตเตร์ ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า การเลือกข้างสหรัฐนั้น เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ เป็นสัญญาณบ่งบอกด้วยว่า ภูมิภาคอาเซียน มีความกังวลต่อกับ จีน ทั้ง ฟิลิปปินส์ , เวียดนาม และมาเลเซีย ล้วนมีข้อพิพาทกับ จีน เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนืออาณาเขตในทะเลจีนใต้

 

สำหรับ พื้นที่ในทะเลจีนใต้ เป็นพื้นที่ที่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และยังเป็นพื้นที่สำคัญในการขนส่งและเดินเรือ  ทะเลจีนใต้ กลายมาเป็นพื้นที่พิพาท ระหว่าง จีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม รวมถึง ไต้หวัน ด้วย ซึ่งข้อขัดแย้ง มาจากการอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนบนเกาะนาทูนา ที่อยู่ติดกับทะเลจีนใต้

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติสหรัฐ ทั้ง 2 ประเทศมหาอำนาจ ต่างซ้อมรบ ข่มกันบริเวณทะเลจีนใต้ ความตึงเครียดก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง  กองทัพเรือสหรัฐ ส่งเครื่องบินออกมา 2 ลำ คือ ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน กับ ยูเอสเอส นิมิตซ์  ขณะที่ กองทัพเรือจีน ซ้อมรบบริเวณใกล้เกาะไหหลำ และหมู่เกาะพาราเซล โดย จีน ยืนยันว่าการซ้อมรบนั้น อยู่ภายใต้ขอบเขตอธิปไตยของตัวเอง

 

สำหรับ ประเด็นการขยายอิทธิพลของมหาอำนาจ ระหว่า สหรัฐ และจีน ในพื้นที่ทะเลจีนใต้นั้น เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ ต่างก็เป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทย ที่มีผลประโยชน์ร่วมกับไทยในทุกด้าน ทั้งด้าน เศรษฐกิจ ทหาร และการทูต ซึ่งทั้ง 2 ประเทศต่าง ก็มองไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาค

ที่ผ่านมา ประเทศไทย แสดงท่าทีที่เป็นกลาง ในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ ดำเนินบทบาทระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ซึ่งก็ต้องจับตามองว่า การที่ สหรัฐ เดินทางมาเยือนไทยในครั้งนี้ มีจุดประสงค์อะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดในภูมิภาคอาเซียน นอกเหนือจาก การให้เงินสนับสนุนโควิด-19 แก่ไทย