ไม่ใช่แค่พรก.ฉุกเฉิน!!! ก้าวไกลสานต่ออนค.?!? ความย้อนแย้งพิธา-ธนาธ จบไม่สวย???

0

(1) 8 มี.ค.63 ที่ศูนย์ประสานงานฝั่งธนบุรี อดีตพรรคอนาคตใหม่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำ 55 อดีตส.ส.แถลงย้ายเข้าพรรคก้าวไกล

(1.1) พร้อมยืนยันอีกครั้งภารกิจของส.ส.ทั้ง 55 คนคือสานต่ออุดมการณ์และภารกิจของพรรคอนาคตใหม่

(2) 21 มี.ค.63 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ร่วมแถลงเปิดตัว “คณะก้าวหน้า”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

(2.1) โดยปิยบุตร กล่าวช่วงหนึ่งว่า หลังยุบอนาคตใหม่ ธนาธรได้แถลงต่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิจะเดินหน้าสานต่อภารกิจพรรคในนาม คณะอนาคตใหม่

(2.2) ขณะธนาธร กล่าวด้วยว่า ข้อเสนอแรกของคณะก้าวหน้าในการแก้วิกฤตของชาติ คือ นายกฯต้องลาออก ให้สภาฯตั้งคนใหม่

(3) 24 มี.ค.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงหลังประชุมครม. ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยกระดับแก้ปัญหาโควิด-19

(3.1) โดยตนเป็นผู้อนุมัติ เพราะอำนาจทางกฎหมาย 38 ฉบับของทุกกระทรวงมาอยู่ที่นายกฯหมด เป็นการบูรณาการบริหารงานตรง

(3.2) ขอให้ทุกคนระวังใช้สื่อโซเชียล ให้ข่าวบิดเบือน เดิมใช้กฎหมายปกติอยู่ แต่จากนี้จะแต่งตั้งเจ้าพนักงาน จัดตั้งด้านตรวจ จุดสกัด

(4) 24 มี.ค.63 วันเดียวกันพรรคก้าวไกล ก็ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ โดยมีเนื้อหาที่เป็นสาระหลักคือ

(4.1) วิกฤตที่ประชาชนเผชิญไม่ได้เกิดเพราะกฎหมายปกติอ่อนแอ หรือ ครม.มีอำนาจน้อย แต่เกิดจากรัฐบาลขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนฯลฯ เหล่านี้แก้ไม่ได้ด้วย พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

(4.2) รัฐบาลต้องใช้อำนาจพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ อย่างจำกัดและระมัดระวัง เพื่อมุ่งลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด

(4.3) รัฐบาลต้องไม่ใช้อำนาจ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

(4.4) พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ให้อำนาจรัฐบาลและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง ดังนั้น รัฐบาลต้องไม่ฉวยโอกาสทำตามอำเภอใจ

(5) นั่นคือท่าทีพรรคก้าวไกล ซึ่งถูกตำหนิว่าผิดที่-ผิดเวลา ไม่รู้กาลเทศะ ขณะเดียวกันก็ไม่แปลกใจในถ้อยแถลงที่ไม่ต่างจากหล่มคิดเดิมแบบอนาคตใหม่

(6) 8 มี.ค.63 พิธา นำเปิดตัวพรรคก้าวไกล ยืนยันสานต่ออุดมการณ์และภารกิจพรรคอนาคตใหม่

(7) 22 มี.ค.63 สามอดีตแกนนำอนาคตใหม่ เปิดตัว คณะก้าวหน้า ซึ่ง ปิยบุตร ประกาศสานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่

(8) 21 ก.พ. 63 ธนาธร แถลงหลังคำตัดสินยุบอนาคตใหม่ ประกาศตั้งคณะอนาคตใหม่ ซึ่งมีข้อความบางช่วง…

(8.1) โดยเชื่อว่า ส.ส.ที่อยู่วันนี้จะยังหนักแน่นและไปด้วย สานต่ออุดมการณ์ นโยบายของพรรคอนาคตใหม่

(8.2) ขอให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่เดินไปกับพวกเขา ทุกคนเชื่อใจผมมาแล้ว ขอให้เชื่อใจพวกเขาเหมือนที่เชื่อใจผม ดำเนินอุดมการณ์ของพรรคต่อไป

(8.3) ด้านพิธา กล่าวว่า พวกเราเป็นครอบครัวเดียว แม้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน จากนั้นธนาธรสวมกอดพิธา

(9) จะเห็นว่า ทั้งพิธา และธนาธรยืนยันเองมาโดยตลอดสานต่ออุดมการณ์เดียวกัน ซึ่งก็อยู่บนความย้อนแย้งแบบเดียวกันด้วย???

(10) 14 ธ.ค. 62 ที่คณะนิติศาสตร์ มธ. กลุ่มพรรคการเมืองร่วมฝ่ายค้าน7 พรรคร่วมจัดเวทีเสวนา แก้ไขรัฐธรรมนูญ

(10.1) ช่วงหนึ่งธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้นพูดว่า การแก้รัฐธรรมนูญ มี 2 ทาง คือ แก้ด้วยเลือด หรือ แก้ด้วยการยินยอมพร้อมใจจากทุกฝ่าย

(11) นี่คือความย้อนแย้งวันก่อนกระเหี้ยนกระหือรือต้องแก้รัฐธรรมนูญ ถึงกับขู่แม้ต้องแก้ด้วยเลือด เพราะเป็นปัญหา???

(12) มาวันนี้เมื่อพากันย้ายมาอยู่รังใหม่ กลับบอกว่า กฎหมายไม่ใช่ปัญหา!!!นั่นก็แสดงว่าที่เป็นปัญหาคือคนใช่หรือไม่

(13) โดยเฉพาะคนประเภทฉวยโอกาสเล่นการเมืองได้ทุกเรื่อง?!?แบบไม่รู้กาลเทศะ ดังนั้นพิธาและพรรคก้าวไกล หากไม่อยากมีชะตาอย่างธนาธรก็อยู่ห่างๆ ไกลๆไว้!!! บทเรียนมีไว้ให้จำ ไม่ใช่สานต่อแบบผิดๆ???

 

#ปอกเปลือก#ปอกให้เห็นความจริง