อาการ-วิธีป้องกันโรคปอดบวม หลังจีนเตือนในคาซัคฯปอดบวมปริศนา?ระบาดแรงกว่าโควิด

0

จากที่เมื่อวันที่ 9 ก.ค.63 ที่ผ่านมา สถานทูตจีนในคาซัคสถาน ได้แถลงการณ์ประกาศ พบโรคปอดบวม ที่ยังไม่ทราบที่มา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 628 คน ภายใน 1 เดือนนั้น

ทั้งนี้ โดยทางด้าน กระทรวงสาธารณสุขของคาซัคสถาน ได้เปิดเผยอีกด้วยว่าโรคปอดบวมสายพันธ์ใหม่นี้ อัตราการเสียชีวิต สูงกว่าโควิด-19 เป็นอย่างมาก ซึ่งสถานทูตจีนในคาซัคฯ ยังได้ทำการระบุอีกด้วยว่า โรคปอดอักเสบสายพันธ์ใหม่นี้ ยังไม่ได้มีการตั้งชื่อ และกำลังศึกษาในส่วนของเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่นี้อยู่ โดยมีผู้เสียชีวิตรวมแล้วอยู่ที่้ 1,772 คน ในเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา

ล่าสุดประเทศจีน ได้ประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ โรคปอดบวมสายพันธ์ใหม่นี้แล้ว โดยกำลังศึกษาอยู่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับ โควิด-19 หรือไม่

ขณะที่มีข้อมูลคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ได้เผยแพร่เกี่ยวกับโรคปอดบวมไว้ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ ซึ่งเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจเกี่ยวกับโรคปอดบวมในเบื้องต้นจึงขอเผยแพร่ข้อมูลนี้เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนดังนี้

โรคปอดบวม หรือ ปอดอักเสบ เป็นโรคที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบของปอด เกิดได้จากการติดเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา หรืออาจ เกิดจากได้รับสารเคมี ยาบางอย่าง เช่น คนที่เผลอไปกินน้ำมันก๊าด ก็จะเกิดปอดบวม ได้ โรคนี้พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะจะพบมากในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้มีโรค ประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคเบาหวาน หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคปอดบวมอาจเป็นโรคที่เกิดแทรกซ้อนตามหลังไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ หรือ โรคอื่นๆ เช่น หัด ก็ได้ อาการของโรคปอดบวมที่สำคัญ คือ ไอ เหนื่อย หายใจเร็ว ถ้าเป็นมากจะหายใจ ลำบาก ในเด็กเล็กๆ ที่มีอาการมาก หากสังเกตที่บริเวณชายโครงจะเห็นว่าใต้ชาย โครงจะบุ๋มเข้าไปเวลาหายใจเข้า

และถ้าดูที่จมูกอาจเห็นจมูกบานเวลาหายใจเข้า ด้วย อาจมีไข้สูงหรือไข้ต่ำๆ ก็ได้ ถ้าเป็นรุนแรงมาก ริมฝีปากอาจเขียว ซึ่งแปลว่า ขาดออกซิเจนแล้ว  นอกจากนี้บางคนอาจมีอาการอื่น เช่น ปวดท้อง อาเจียน หรือถ่ายเหลวร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็ก

การรักษาขึ้นกับอาการและความรุนแรงของโรค เช่น ถ้าอาการไม่มาก หมออาจ ให้ยาไปรับประทานที่บ้าน แต่ถ้าอาการมาก เช่น ไข้สูงมาก ซึม หายใจเร็ว หอบ อาจต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล เพราะต้องให้ออกซิเจน และน้ำเพียงพอ รวมถึงฉีด ยาฆ่าเชื้อที่เป็นสาเหตุของปอดบวม

ที่สำคัญคือคนทั่วไปมักสังเกตได้ไม่ละเอียด ว่าคนไข้มีอาการมากหรือยัง บางทีก็ลำเอียงเข้าข้างตัวว่าคนไข้ยังมีอาการไม่มาก จึงไปหาหมอเมื่อมีอาการมากแล้ว ทำให้รักษายากหรือเกิดโรคแทรกซ้อนแล้ว ดังนั้น ทุกคนที่มีอาการไข้ไอ เหนื่อย หรือหายใจเร็ว จึงควรไปหาหมอ

อาการหายใจเร็ว เป็นอาการที่เราใช้ดูว่าเด็กเหนื่อยหรือไม่ เพราะเด็กมักบอก เราไม่ได้ว่าเหนื่อย ไม่เหมือนผู้ใหญ่ คนไข้ที่ได้ยาไปกินที่บ้าน ควรกินยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด รักษาร่างกาย ให้อบอุ่น รับประทานอาหารและน้ำให้เพียงพอ และต้องรีบกลับไปหาหมอถ้ามีอาการ ต่อไปนี้ เด็กเล็ก  ถ้ามีไข้สูง ซึม หายใจเร็ว/หรือหอบไอมาก รับประทานอาหารหรือน้ำได้น้อย เด็กโตหรือผู้ใหญ่ ถ้ามีไข้สูง หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก ทานอาหารไม่ได้

โรคปอดบวมป้องกันได้ดังนี้

  • ป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจต่างๆ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุ ไม่ควรไปในที่แออัดโดยไม่จำเป็น เช่น โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า
  • ถ้าเป็นหวัดต้องรักษาโดยอยู่กับบ้าน ล้างมือบ่อยๆ นอนพักมากๆ ดื่นน้ำ สะอาดมากๆ
  • ฉีดวัคซีนสำหรับเด็กตามที่หมอนัด โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันหัดและไอกรน ซึ่ง 2 โรคนี้ทำให้ปอดบวมแทรกซ้อนได้
  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อบางชนิด ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส [วัคซีนป้องกันโรคไอพีดี IPD] และวัคซีนป้อง กันโรคติดเชื้อฮิบ (Hib) จะสามารถป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อที่เกิดจากสายพันธุ์ ในวัคซีนได้

ที่มา : เว็บไซต์ https://www.tm.mahidol.ac.th/th/tropical-medicine-knowledge/new/Pneumonia.html