ย้อนดูผลงาน “อุตตม” หัวหน้า 4 กุมาร ชิ้นไหนปัง..อันไหนแป๊ก พร้อมยุติแผนมาตรการเยียวยาล่าสุด ขอลาออกยกแก๊ง

0

จากกรณีที่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 4 กุมาร ตัดสินใจลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า เดี๋ยวแถลงข่าวตอนเที่ยง เมื่อถามย้ำว่า ตัดสินใจเมื่อไหร่ นายอุตตม เงียบ ไม่ตอบคำถามนี้

เมื่อถามว่า ตัดสินใจแล้วหรือ นายอุตตม กล่าวว่า ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เมื่อถามย้ำว่า ลาออกจากสมาชิกพรรค แต่ตำแหน่งรัฐมนตรียังอยู่ใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรี”

สำหรับกรณีการจตัดสินใจลาออก ก็มีกระแสมาก่อนหน้านี้ ถึงเรื่องรอยร้าวในพรรคพลังประชารัฐ และตัวนายอุตตม เองก็ได้เปรย ๆ ไว้ว่าไม่น้อยใจหากมีการปรับครม. แล้วตนเองจะต้องถูกโยกย้ายตำแหน่ง โดย “4 กุมาร” ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง อดีตหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพรรค , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาฯ อดีตรองหัวหน้าพรรค และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง อดีตกรรมการบริหารพรรค

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

วันนี้เราจะไปส่องประวัติและผลงานของนายอุตตม สาวนายน ที่ปัจจุบันอายุ 60 ปี ก่อนจะก้าวมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และรมว.คลัง นายอุตตม เคยเป็นผู้บริหารสถาบันการเงินเอกชน หลังจากนั้นได้เป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา-รองคณบดีที่นิด้า และเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ในส่วนของเส้นทางการเมืองเริ่มต้นขึ้นในปี 2558 ด้วยการเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในยุค ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
หลังจากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 เจ้าตัวได้ยื่นหนังสือลาออก เพื่อให้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นกระทรวงที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งหลังจากที่ยื่นลาออกก็ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรมว.อุตสาหกรรม

นายอุตตม และอีก 3 กุมาร ได้เป็นผู้ปลุกปล้ำและก่อตั้ง “พรรคพลังประชารัฐ” โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในปี 2561 จนการเลือกตั้ง เมื่อ 24 มีนาคม 2562 สามารถนำพาพรรคได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ส่งให้ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 สำเร็จ

โดยต่อมานายอุตตม ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอุตตม จบปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยบราวน์ สหรัฐอเมริกา ,ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (การเงินและธุรกิจระหว่างประเทศ) Kellogg School of Management มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกา และ ปริญญาเอก สาขาบริหารการเงิน School of Management , University of Massachusetts-Amherst สหรัฐอเมริกา

ส่วนผลงานชิ้นโบว์แดง ก็มีเยอะเช่นกัน แต่ว่าก็ยังมีผลงานโครงการต่าง ๆ ที่ประชาชนไม่เห็นด้วย และมีการวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้ง โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นับตั้งแต่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ารับตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน ได้จัดทำนโยบายต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนมาแล้วอย่างน้อย 15 โครงการ ประกอบด้วย

1. โครงการเราไม่ทิ้งกัน เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงการคลัง (มาตรการเยียวยา 5,000 บาท)

2. โครงการบ้านดีมีดาวน์ เพื่อลดภาระให้แก่ประชาชนเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย และเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตนเอง และเป็นการช่วยกระตุ้นการลงทุนใหม่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องไป ยังห่วงโซ่อุปทานของภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

3 .โครงการชิมช้อปใช้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้กับประชาชน โดยการใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet)

4. มาตรการต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน

5. โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทยของ ธ.ก.ส. เพื่อเป็นค่าลงทุนในการดำเนินกิจการและเป็นค่าใช้จ่าย หมุนเวียนในการดำเนินกิจการให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สถาบันการเงินประชาชน สถาบันการเงินชุมชน สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม

6. พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563


7. มาตรการ Soft Loan ธนาคารออมสิน เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้เข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

8. โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 8 ของ บสย. เพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ต้องการสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่มีหลักประกันไม่เพียงพอให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้

9. พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 หรือ พ.ร.ก. Soft Loan ของ ธปท. เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน ให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการประคับประคองธุรกิจ และรักษาการจ้างงานต่อไปได้ในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19

10. พ.ร.ก. การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 หรือ พ.ร.ก. BSF ของ ธปท. เพื่อสนับสนุนให้การระดมทุนโดยการออกตราสารหนี้ ในตลาดแรกให้ทำงาน ได้เป็นปกติ โดยกองทุนจะเข้าไปซื้อตราสารหนี้ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องแก่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของ COVID-19 ให้สามารถ rollover หุ้นกู้ต่อไปได้

11. พระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท พ.ศ. 2563 (มติ ครม. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563)

12. มาตรการการเงินการคลังเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ปี 2563 (มติ ครม. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563)

13. มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ระยะที่ 1 (มติ ครม. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563)

14. มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ระยะที่ 2 (มติ ครม. 24 มีนาคม 2563)

15. มาตรการอื่น ๆ อาทิ 1. การยกเว้นอากรขาเข้ายาในกลุ่มยากำพร้า และ 2.การยกเว้นอากรขาเข้ายาสูตรผสมที่ใช้ผลิตยาต้านไวรัสเอดส์

ทั้งหมด 15 ผลงานที่ผ่านมานั้น ก็มีทั้งเสียงชื่นชมจากประชาชนว่าตอบโจทย์ชีวิต ครอบคลุมและได้รับผลประโยชน์ แต่ก็มีหลาย ๆ ผลงานถูกวิพากษ์วิจารณ์ เช่น เงินเยียวยา เราไม่ทิ้งกัน ที่ตอนแรกมีคำสั่งว่าจะจ่ายเพียง 3,000 บาท แล้วเปลี่ยนมาเป็น 5,000 บาทแทน และยังไม่ได้มีแนวทางรองรับการลงทะเบียนที่จะมีผู้คนจำนวนมาก จนเกิดปัญหาระบบล่ม เอาระบบ AI มาตรวจสอบ และมีหลายรายที่อาชีพไม่ตรงกับความจริง เยียวยาตกหล่นและล่าช้า อีกทั้งยังพูดให้เข้าใจผิดว่า นักศึกษาไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินในส่วนนี้

เหมือนกับกรณีของ มาตรการชิมช้อปใช้ ที่ระบบล่ม ได้เงินกันไม่ทั่วถึง และยังมีการจำกัดร้านค้าที่สามารถใช้คูปองได้ด้วยอย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะเดินหน้าออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ด้วย ซึ่งขณะนี้นายอุตตมได้สั่งการไปแล้ว และจะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป