ดร.สุวินัยฟันธง #COVID19 ทำทั่วโลก meltdown ชี้ไทยจะรอดด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

0

สถาบันทิศทางไทยจัดโซเชียลเสวนา “พร้อมรับ ภาวะฉุกเฉิน รับมือ COVID-19 ระดับ3 ” ร่วมเสวนา โดย “สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” ประธานสถาบันทิศทางไทย , “ดร.สุวินัย ภรณวลัย” ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย และอ.ศาตรา โตอ่อน นักกฎหมายอิสระและนักวิชาการสถาบันทิศทางไทย ดำเนินรายการโดย“ดร.เวทิน ชาติกุล” ผู้อำนวยการสถาบันทิศทางไทย เมื่อวันที่17 มี.ค ที่ผ่านมา

 

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“ดร.สุวินัย ภรณวลัย” กล่าวถึงการระบาดของไวรัส COVID-19 ระบุว่า ในทางหลักวิชาการหลายๆกรณีที่เกิดขึ้นทั้งในอู่ฮั่นหรืออิตาลีตามโมเดลทางระบาดวิทยา ทุกหนึ่งคนที่ประกาศภาวะติดเชื้ออย่างเป็นทางการ จะมีอีก29คนที่ติดเชื้ออยู่ แต่ยังไม่แสดงอาการป่วย และเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ ระหว่างนั้นก็จะทำการแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นไปเลื่อย ๆ เฉลี่ยวันละ 2-6 คน ซึ่งระยะเวลาในการแพร่เชื้อสูงสุด 37 วัน ไม่ใช่ 14วัน   ดังนั้นในระหว่าง 37 วัน จะสามารถแพร่เชื้อได้เป็นจำนวนมาก  ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันเดียวมากกว่า 30คน ต่อเนื่องติดต่อ3 วัน เพิ่มเป็นเท่าตัว เป็นสัญญาณอันตราย ถ้าดูตามโมเดลทางระบาดวิทยาเข้าใ จว่าระยะที่3 อย่างเป็นทางการ จะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนมี.ค. หรืออีก 2 อาทิตย์ต่อจากนี้ และหากรัฐจะประกาศภาวะฉุกเฉินควรประกาศก่อนสิ้นเดือน

…ล้มละลายกันเป็นแถบๆ (meltdown)ยิ่งนานยิ่งราบคาบ

ดร.สุวินัยมองผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นระบุว่าครั้งนี้จะกระทบหนักสุดเพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกระบวนทัศน์ของวิธีคิดเก่าๆ ใช้ไม่ได้ เป็นปรากฎการณ์ของสิ่งที่เรียกว่า “Meltdown” โครงสร้างเศรษฐกิจทุนนิยมที่ผ่านมากำลังหลอมละลายที่ใจกลาง  ปรากฏการณ์ที่เห็นอยู่ตอนนี้ต่อให้ FEDอัดเงินไปเท่าไหร่ก็กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้  แต่คำว่า“Meltdown” นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปหรือกระแสหลักไม่เคยเจอมาก่อนไม่เชื่อว่ามี

ทั้งนี้โควิด19เกิดขึ้น นำไปสู่การหลอมละลายภายใต้ Globalization เพราว่าคนเดินทางไปทั่วโลก นำไปสู่ภาวการณ์ปิดประเทศ เหมือนกับ การที่อยู่ดี ๆ แล้วเลือดหล่อเลี้ยงไม่พอ ถูกตัดระบบประสาททั้งระบบ ถ้าเป็นร่างกายคนเข้าสู่ภาวะใกล้ตาย

อย่างไรก็ตามงบประมาณฯที่เหลือไม่ใช่ไปทำเรื่องเหลวไหลอย่างพยุงหุ้นหรือการแจกเงิน ต้องทุ่มไปที่การสร้างงานในชนบท  และการบริหารจัดการน้ำเพื่อเป็นรากฐานให้กับเศรษฐกิจพอเพียง โดยในภาวะที่ทั่วโลกเกิด“Meltdown” ประเทศจะอยู่รอดด้วยระบบเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ คือ สร้างระบบเศรษฐกิจตลาดโดยการไม่ต้องพึ่งเงินตราเท่าไหร่ แต่พึ่งปัจจัย 4 ให้อยู่รอด ซึ่งกว่าที่ระบบจะกลับสู่ภาวะปกติ คาดว่า3-5ปี ต้องซ้อมใหญ่