หมอวรงค์ตอกช่อหน้าสั่นอวตารเปิดบัญชีไม่ได้ เผยหลักฐานมัดดิ้นไม่หลุด

0

จากที่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ชี้แจงกรณีเงินบริจาคจากโครงการ เมย์เดย์-เมย์เดย์ เราช่วยกัน 7,751,783 ล้านบาท มีหลักฐานการโอนเงินกว่า 2,431 คน รวมทั้ง 15 รายชื่อที่หมอวรงค์ กล่าวหาว่าเป็นอวตาร

ทั้งนี้ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวช่วงหนึ่งถึงนายแพทย์วรงค์ เพราะสอบตกแพ้พรรคอนาคตใหม่ในการเลือกตั้งและต้องการมีที่ยืนทางการเมือง ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่ นพ.วรงค์เคยลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหากชนะก็จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นบทบาทของนพ.วรงค์ในการทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ

พร้อมกันนี้ยังยืนยันว่า การยื่นฟ้องหมิ่นประมาททั้งสองคน ไม่ได้ต้องการใช้กฎหมายเพื่อปิดปาก แต่ต้องการให้เป็นเยี่ยงอย่างว่าไม่ควรมีใครถูกใส่ร้ายป้ายสีโดยปราศจากหลักฐาน จะรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องนายแพทย์วรงค์ต่อไป ส่วนค่าเสียหาย ขึ้นอยู่กับฝ่ายกฎหมายจะพิจารณา ส่วนจะให้ 15 รายชื่อที่ถูกกล่าวหาต้องออกมาแสดงตัวยืนยันกับสังคมหรือไม่นั้น นางสาวพรรณิการ์ เห็นว่า จะเป็นการรบกวน แต่ขอให้สื่อไปตรวจสอบเอง และหากนายแพทย์วรงค์อยากเห็นหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด ขอให้ไปดูในชั้นศาล ต่อมา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตผู้บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้ออกโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงพรรณิการ์ จากกรณีดังกล่าวด้วยว่า

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

ผมขอตอบช่อครับ

ผมเรียกร้องขอเปิดหลักฐานการโอนเงินเฉพาะ 15 รายชื่อนี้มาตลอด แต่ช่อไปแจงภาพรวม ผมย้ำแล้วว่าขอแค่ 15 รายชื่อเท่านั้น แต่ช่อแสดงหลักฐานไม่ได้เอง

อยากบอกช่อด้วยว่า 11 ใน15รายชื่อนี้เป็นอวตารครับ คือไม่มีรายชื่อในทะเบียนราษฎร์ ซึ่งช่อก็รู้ว่าอวตารเปิดบัญชีไม่ได้ แต่ก็มีรายชื่อที่คณะก้าวหน้าโอนเงินไปให้ นี่ขนาดเปิดมา 15 รายชื่อ ยังมีอวตาร 11คน ดังนั้นช่อเตรียมไปชี้แจงที่ศาลได้เลย เพราะหลักฐานพวกนี้มันดิ้นไม่หลุดครับ

ล่าสุดวันนี้(8ก.ค.63) หมอวรงค์ ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งว่า ผมยังยืนยันถึงความโปร่งใสในการตรวจสอบการโอนเงิน แต่เป็นความผิดพลาดของคณะก้าวหน้า ที่พิมพ์รายชื่อ พยัญชนะ สระ ตัวสะกด ผิดพลาดจากชื่อจริง ทำให้การสุ่มตรวจสอบมีปัญหาขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยสเตทเม้นของคณะก้าวหน้า ได้ทำให้สังคมไทยเห็น ความผิดปกติหลายอย่าง ตั้งแต่ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เพราะโครงการมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท แต่กลายเป็นว่าเอาเงินบางส่วนไปจ่ายค่าน้ำประปา หรือยังมีเงินสดเก็บไว้ ทำไมไม่โอนช่วยเหลือให้หมด หรือปิดโครงการแต่ไม่ปิดบัญชี ซึ่งประชาชนที่บริจาคสามารถฟ้องดำเนินคดีได้

ขอให้พี่น้องที่รักความถูกต้อง ความชอบธรรม มีพลังใจร่วมกัน ช่วยกันดูแลบ้านเมือง ร่วมกันปกปองสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อความผาสุกของประชาชน ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดๆ เพราะบ้านเมืองของเรา ยังเผชิญปัญหาจากผู้ที่ไม่หวังดี

ที่มา : เฟซบุ๊กWarong Dechgitvigrom