สหรัฐฯวางแผนไล่นักเรียนต่างชาติ ออกจากประเทศ หากต้องปรับเรียนออนไลน์ทั้งหมด ยอดติดเชื้อพุ่งไม่หยุด ทะลุ 3 ล้านราย

0

จากกรณีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (U.S. Immigration and Customs Enforcement หรือ ICE) ประกาศเมื่อวันจันทร์ ที่ 6 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยระบุให้นักเรียนต่างชาติ ในสหรัฐฯ ต้องเดินทางออกจากประเทศหากสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนในชั้นเรียนเป็นการเรียนออนไลน์ อย่างเต็มรูปแบบ

แม้จะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ว่าการประกาศดังกล่าวจะมีผลกับผู้ถือวีซ่านักเรียนมากน้อยแค่ไหน เพราะนักเรียนต่างชาติถือเป็นรายได้หลักมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐฯ

ICE เปิดเผยว่า สหรัฐฯ อาจไม่อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนอาศัยอยู่ในประเทศ หากสถานศึกษาของพวกเขาทำการเรียนการสอนออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบในภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยนักเรียนกลุ่มนี้ต้องย้ายมหาวิทยาลัยหรือออกจากประเทศ หากไม่ทำตามกฎระเบียบดังกล่าว ทางการสหรัฐฯ อาจส่งตัวนักเรียนกลุ่มนี้กลับประเทศ

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มประกาศแผนการศึกษา สำหรับภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง ปี 2020 ซึ่งอยู่ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19 เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ประกาศจะทำการเรียนการสอนออนไลน์ตลอดปีการศึกษา 2020–2021 เป็นต้น

โดยประกาศดังกล่าวจะมีผลต่อนักเรียนผู้ถือวีซ่า F-1 ซึ่งมีมากกว่า 388,839 ราย และวีซ่า M-1 กว่า 9,518 ราย อย่างไรก็ตามจะไม่มีผลต่อนักเรียนที่ยังต้องเดินทางไปเรียนในห้องเรียน และนักเรียนที่ถือวีซ่า F-1 ที่เรียนออนไลน์บางส่วน ตราบใดที่มหาวิทยาลัยสามารถรับรองได้ว่า รูปแบบการเรียนการสอนไม่ได้เปลี่ยนเป็นออนไลน์ทั้งหมด พร้อมกันนี้ นักเรียนหลักสูตรสายอาชีพที่ถือวีซ่า M-1 และนักเรียนที่เข้ามาเรียนภาษาอังกฤษที่ถือวีซ่า F-1 จะไม่ได้รับอนุญาตให้เรียนออนไลน์

อย่างไรก็ตามทาง เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 เวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ทั่วโลกพบมีผู้ป่วยติดเชื้อแล้ว 11,731,622 ราย เพิ่มขึ้น 170,134 ราย เสียชีวิต 540,116 ราย เพิ่มขึ้น 3,562 ราย รักษาหาย 6,623,119 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับได้แก่

  1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 3,039,705 ราย เพิ่มขึ้น 49,458 ราย เสียชีวิต 132,961 ราย เพิ่มขึ้น 360 ราย รักษาหาย 1,310,651 ราย
  2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 1,626,071 ราย เพิ่มขึ้น 21,486 ราย เสียชีวิต 65,556 ราย เพิ่มขึ้น 656 ราย รักษาหาย 978,615 ราย
  3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 720,346 ราย เพิ่มขึ้น 22,510 ราย เสียชีวิต 20,174 ราย เพิ่มขึ้น 474 ราย รักษาหาย 440,150 ราย
  4. ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 687,862 ราย เพิ่มขึ้น 6,611 ราย เสียชีวิต 10,296 ราย เพิ่มขึ้น 135 ราย รักษาหาย 454,329 ราย
  5. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 305,703 ราย เพิ่มขึ้น 2,985 ราย เสียชีวิต 10,772 ราย เพิ่มขึ้น 183 ราย รักษาหาย 197,619 ราย
  6. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 298,869 ราย เพิ่มขึ้น 414 ราย เสียชีวิต 28,388 ราย เพิ่มขึ้น 3 ราย
  7. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 298,557 ราย เพิ่มขึ้น 3,025 ราย เสียชีวิต 6,384 ราย เพิ่มขึ้น 76 ราย รักษาหาย 264,371 ราย
  8. สหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 285,768 ราย เพิ่มขึ้น 352ราย เสียชีวิต 44,236 ราย เพิ่มขึ้น 16 ราย
  9. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 256,848 ราย เพิ่มขึ้น 4,683 ราย เสียชีวิต 30,639 ราย เพิ่มขึ้น 273 ราย รักษาหาย 155,604 ราย
  10. ประเทศอิหร่าน มีผู้ติดเชื้อ 243,051 ราย เพิ่มขึ้น 2,613 ราย เสียชีวิต 11,731 ราย เพิ่มขึ้น 160 ราย รักษาหาย 204,083 ราย