ยกฟ้อง “ศุภชัย” โกงสหกรณ์คลองจั่น ลูกศิษย์สบช่องปลุกกระแส ปกป้อง “ธัมมชโย” บริสุทธิ์ โจมตีรัฐ-ทหาร ยึดวัดต้องการสมบัติ

0
954

จากกรณีที่ศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้อง อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ฐานฉ้อโกงผู้เสียหาย 410 คน มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท หลังพยานหลักฐานยังมีข้อสงสัยนั้น

โดยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น มาจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอาญา หลังนางนวลฉวี เกตุวัฒนเวสน์ กับพวกรวม 410 คน เป็นโจทก์ยื่นฟัองสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำเลยที่ 1 นายศุภชัย เป็นจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

คดีนี้เกิดขึ้นระหว่างปี 2552-2556 ขณะนั้นจำเลยที่ 2 เป็นประธานคณะกรรมการ ได้โฆษณาให้ประชาชนทราบว่า กิจการของจำเลยที่ 1 เป็นธนาคารพาณิชย์ มีสถานะการเงินมั่นคง สามารถจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์พิเศษสูงกว่าธนาคารพานิชย์อื่น ทำให้โจทก์และประชาชนหลงเชื่อนำเงินมาฝากได้เงินและทรัพย์สินกว่า 1 พันล้านบาท ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 พยานหลักฐาน ยังมีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และ ที่จำเลยที่ 2


จากนั้นนายศุภชัย ถูกคุมตัว ไปฟังคำพิพากษา คดีที่นายคนอง จุลมนต์ กับพวก รวม 292 คน ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 2 ในฐานความผิดเดียวกัน และศาลได้มีคำพิภากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 2 สำหรับทางด้านนายศุภชัยนั้น ก่อนหน้านี้ถูกศาลฎีกาพิภากษาจำคุก 7 ปี ในคดียักยอกเงินสหกรณ์กว่า 22 ล้านบาท

ทั้งนี้หลังจากที่ศาลยกฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ข้อหาฉ้อโกงประชาชน มูลค่ากว่า 1,115 ล้านบาทนั้น ได้มีศิษย์สายธรรมกาย เริ่มออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ กันเป็นจำนวนมาก ระบุว่า “เมื่อศุภชัยบริสุทธิ์.. หลวงพ่อธัมมชโยก็ต้องบริสุทธิ์ด้วย.. ปล่อยหลวงพ่อให้กลับมาเผยแผ่ศาสนาเถอะครับ”


“เอาหลวงพ่อธัมมชโยคืนมา..ในฐานะชาวพุทธแต่ไม่ใช่ศิษย์ธรรมกาย.. พระดีถูกทำลาย.. สุดท้ายชาวพุทธจะไม่เหลืออะไร”

“คนถูกกล่าวหาติดคุกฟรี นี่แหละระบบกล่าวหาไว้ก่อน ไม่ผิดจะกลัวอะไร? กลัวติดคุกฟรีไง พระดีดี ถูกกล่าวหาไปด้วย ใครรับผิดชอบ”

นอกจากนี้ ยังมีข้อความในทำนองปลุกปั่น สร้างกระแสเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ลามไปในเพจรวมพลคนรักพรรคทักษิณ รวมพลคนรักตระกูลชินวัตร คณะก้าวไกล ข้อความดังกล่าวระบุว่า

สรุปแล้วการเล่นงานวัดพระธรรมกายเมื่อ 3-4 ปีก่อน อ้างว่าจะจับหลวงพ่อธัมมชโย ชึ่งเป็นเจ้าอาวาศวัดพระธรรมกายขณะนั้น ตั้งข้อหาให้หลวงพ่อธัมมชโยว่า

1) รับของโจร เนื่องจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์เคนดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ได้มาบริจาคเงินในการสร้างอาคารร้อยปีคุณยาย โดยบริจาคเป็นเช็ครวมเงิน 800 กว่าล้านบาท

พวกเขาบอกว่าเงินนี้ นายศุภชัยโกงมาบริจาคให้วัด แต่จริงๆ คือเอาเงินของโจรมาถวายหลวงพ่อธัมมชโย ฉะนั้นหลวงพ่อ จึงผิด ข้อหารับของโจร

2) หลวงพ่อธัมมชโย ผิดข้อหาฟอกเงิน โดยคุณศุภชัย โกงเงินแล้วเอามาให้หลวงพ่อฟอกเงินเป็นเงินบริสุทธิ์

(ซึ่งทาง สตง.ได้มาตรวจสอบเส้นทางการเงินที่คุณศุภชัย ได้บริจาคให้วัดแล้ว ตรวจสอบได้ชัดเจนเพราะบริจาคเป็นเช็คให้วัด ไม่ได้บริจาคเงินสด สตง.แถลงว่า เงินที่นายศุภชัยบริจาคให้มูลนิธิคุณยายจันทร ขนนกยูง (ไม่ได้บริจาคให้หลวงพ่อธัมมชโยเลยสักบาท) เงินนี้เข้ามูลนิธิ และได้ใช้ในการก่อสร้างอาคารไปหมดแล้ว ชึ่งถ้าเป็นการฟอกเงินจริงๆ จะต้องมีการคืนเงินให้นายศุภชัย ที่เอาเงินโกงมาให้หลวงพ่อฟอกเป็นเงินบริสุทธิ์ เขาต้องมารับเงินบริสุทธิ์แล้วคืน แต่ สตง.ยืนยันว่า เงินนี้ได้จ่ายเป็นค่าก่อสร้าง ตามเจตนาที่บริจาคหมดแล้ว

สรุปแล้วมีใครกลุ่มหนึ่งหรืออาจจะเป็นคนคนหนึ่ง ต้องการเล่นงานหลวงพ่อธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย จึงใช้อำนาจที่ยิ่งใหญ่ สั่งการให้ทหาร ตำรวจ เข้าปิดล้อมวัดพระธรรมกาย ตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดอาหารห้ามส่งอาหารเข้าวัด ตัดการติดต่อห้ามเข้าออก อ้างว่าจะต้องจับหลวงพ่อธัมมชโย เอามาสึกและดำเนินคดีให้ได้

แต่ดูจากเจตนาที่ทำแล้วต้องการให้พระ สามเณร อุบาสกอุบาสิกา อดตาย จะปิดวัด ยึดวัดพระธรรมกาย และต้องการเอาสมบัติของวัดมากกว่าจุดมุ่งหมายอื่นใด

ช่วงปิดล้อมวัด มีการใช้สื่อประโคมข่าวใส่ร้ายหลวงพ่อธัมมชโย และวัดพระธรรมกายทุก ๆ วัน ประโคมทั้งทีวี หนังสือพิมท์ อินเทอร์เน็ต เพื่อทำให้ประชาชนเกลียดชังวัดพระธรรมกาย เมื่อใช้กำลังบุกวัด ฆ่าพระ ฆ่าเณร และคนวัด ประชาชนจะได้ไม่ต่อต้าน และมีการให้สัมภาษณ์ชัดเจนจากคนของขบวนการล้มวัดพระธรรมมกายว่า จะยึดวัด ห้ามคนเข้า ยึดสมบัติและเงินและที่ดินของวัดทั้งหมด

“เมื่อศาลตัดสินว่านายศุภชัย ไม่ได้โกงเงินสหกรณ์ นั่นหมายถึงหลวงพ่อธัมมชโย และวัดพระธรรมกายไม่มีความผิดด้วย”

อย่างไรก็ตามจากประเด็นนี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตาดูอีกครั้งว่า หลังจากนี้หลวงพ่อธัมมชโย จะมีการเข้ามอบตัวหรือไม่ แม้จะไม่มีรายงานระบุแน่ชัดว่าตอนนี้อยู่ที่ใดก็ตาม อีกทั้งการนำเรื่องราวดังกล่าวมาโยงการเมือง ต้องแยกแยะว่าเรื่องภายในวัดธรรมกายคือสิ่งที่พุทธศาสนิกชนหลายคนรับไม่ได้ บรรดาลูกศิษย์ไม่ควรมีเจตนานำการเมืองมาโยงอีก