แฟนลูกชายคนโตของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ติดเชื้อโควิด ก่อนหน้าออกงานพบปะคนอื้อ ทั่วโลกตัวเลขพุ่งทะยานแตะ 11 ล้านราย

0
1871

หลังจากที่ทางด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ได้วางแผนจะดำเนินการ นำยาเรมเดซิเวียร์ มาใช้ในการรักษาโควิด-19 โดยได้ลงมติทุ่มเงินซื้อยาเรมเดซิเวียร์จำนวน 500,000 โดสจากบริษัทกิเลียด (Gilead) ผู้ผลิตยาสัญชาติอเมริกัน เพื่อไปกักตุนเป็นยาสำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ เท่านั้น

โดยต่อมามีกระแสจากหลายฝ่ายวิจารณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีท่าทีที่เห็นแก่ตัวมากเกินไป เนื่องจากการสั่งซื้อยาจำนวนมากขนาดนั้น อาจส่งผลให้ประเทศอื่นขาดแคลนยาดังกล่าว ซึ่งมีความจำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เช่นกัน ลามมาถึงในโลกออนไลน์ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ออกความเห็นว่า สหรัฐฯทำเกินไป ออกแนวเห็นแก่ตัวหรือไม่ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าประเทศเขารับมือหนักสุด มีผู้ป่วยเยอะมาก บางคนก็บอกว่า ยาตัวนี้ผลิตในอเมริกา เขาจึงมีสิทธิ์จะกักตุน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รัฐบาลสหรัฐฯ ทุ่มเงินไม่อั้น กว้านซื้อ “ยาเรมเดซิเวีย” ไปใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 งานนี้หลายชาติวิจารณ์เพียบ อนาคตส่อแววขาดตลาด

แต่ล่าสุดกลับมีรายงานจากสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า “น.ส.คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ แฟนวัย 51 ปี ของลูกชายคนโต ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และเป็นหัวหน้าคณะกรรมการการเงินของ “ทรัมป์ วิกตอรี คอมมิตตี” คณะกรรมการร่วมเพื่อการระดมทุนสำหรับทีมหาเสียงของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19″

หลังจากผลตรวจออกมาเป็นบวก คิมเบอร์ลีก็แยกตัวเพื่อจำกัดการสัมผัสกับคนอื่นทันที หัวหน้าเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเงินระบุ “เธอสบายดี และจะรับการตรวจอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยก่อนหน้านี้ เนื่องจากเธอไม่แสดงอาการป่วยเลย แต่เพื่อป้องกันไว้ก่อน เธอจึงยกเลิกงานอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ส่วน”โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์” มีผลตรวจเป็นลบ แต่เพื่อความปลอดภัย เขาก็แยกเดี่ยวตัวเองและยกเลิกงานอีเวนต์สาธารณะเช่นกัน

ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับทีมหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ ว่า น.ส.กิลฟอยล์ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อที่รัฐเซาท์ ดาโกตา ก่อนที่เธอจะได้ร่วมงานหาเสียงที่ภูเขารัชมอร์ โดยเธอไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับนายทรัมป์ และนายทรัมป์ จูเนียร์ ในช่วงที่ผ่านมา แต่เธอไปร่วมงานหาเสียงที่เมืองทัลซา รัฐโอกลาโฮมา เพื่อเดือนก่อน และร่วมงานอีเวนต์ที่เมืองฟีนิกซ์ด้วย


อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา น.ส.กิลฟอยล์ ใช้เวลากับผู้บริจาคของทีมหาเสียงทรัมป์จำนวนมาก โดยเธอร่วมงานอีเวนต์ที่เขตเลือกตั้ง แกลลาติน เกตเวย์ ในเขตแกลลาติน รัฐมอนทานา ซึ่งจัดเมื่อวันอังคารถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และร่วมงานอีเวนต์ที่เมืองราพิด ซิตี รัฐเซาท์ ดาโกตา ตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์ ซึ่งไม่มีใครเห็นน.ส.กิลฟอยล์ สวมหน้ากากอนามัยขณะร่วมงานดังกล่าวเลย

ทั้งนี้ น.ส.กิลฟอยล์ ไม่ใช่คนใกล้ชิดของประธานาธิบดีทรัมป์รายแรกที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเดือนพฤษภาคม ทหารผู้ช่วยส่วนตัวของนายทรัมป์ก็ติดเชื้อ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ทีมจัดงานหาเสียงที่เมืองทัลซา 8 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ทีมหาเสียงที่เกี่ยวข้องทุกคนต้องกักตัวเองด้วยเช่นกัน

สำหรับตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลก ทะลุ 11 ล้านรายทั่วโลก เมื่อนับจากวันศุกร์ ที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา และคร่าชีวิตผู้คนกว่าครึ่งล้านในช่วง 7 เดือนที่ไวรัสอุบัติขึ้น ด้านองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นกว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ร้ายแรงรายปีถึง 2 เท่าตัวแล้วด้วย