WHO พบโควิด-19 มีสัญญาณเตือนกลายพันธุ์ สะท้อนวิกฤตโซนยุโรป ทำไมถึงติดเชื้อหนัก เร่งทดลองยาช่วยคนไข้

0
602

อีกหนึ่งสัญญาณเกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 ที่ทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อมีรายงานจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า จากผลการศึกษาที่พบว่า 30% ของโคโรนาไวรัส โควิด-19 มีสัญญาณของการกลายพันธุ์

แต่ตอนนี้โชคดีที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าไวรัสจะทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมทั้งเตรียมจะมีการทดลองยารักษา และวัคซีนที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อเอาชนะเชื้อไวรัสตัวนี้

มีรายงานจากหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำองค์การอนามัยโลก โสมญา สวามินาธาน (Soumya Swaminathan) ที่ได้เปิดเผยการศึกษาระบุว่า ราว 1 ใน 3 ของตัวอย่างไวรัสโควิด-19 ราว 6 หมื่นตัวอย่างที่เก็บข้อมูลมามีการกลายพันธุ์จริง แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าการกลายพันธุ์ดังกล่าวจะทำให้เชื้อมีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ขณะที่ทางด้านดร.มาเรีย แวน เคิร์กโฮฟ หัวหน้าฝ่ายโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดต่อขององค์การอนามัยโลก อธิบายเพิ่มเติมว่า ไวรัสที่กลายพันธุ์ถูกค้นพบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา และเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในยุโรปและอเมริกา ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบว่าเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้นแต่อย่างใด

(ดร.มาเรีย แวน เคิร์กโฮฟ )

การให้ข้อมูลของอนามัยโลก เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา มีขึ้นหลังจากทีมวิจัย Scripps Research ค้นพบว่า เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ ในชื่อ D614G พบในฐานข้อมูลไวรัสราว 65% ทั่วโลก และไวรัสกลายพันธุ์ตัวนี้จะมีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่เซลล์ได้มากกว่า ซึ่งเป็นคำอธิบายว่าทำไมการระบาดหนักในอิตาลีและนิวยอร์ก จึงมากกว่าในช่วงแรกเริ่มของการระบาดเมื่อต้นปี

ส่วนทางด้านนพ. แอนโธนี เฟาชี่ ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ ให้มุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า โควิด-19 อาจกลายพันธุ์จนสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วขึ้น

ขณะที่ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เทดรอส อัดนอม เกเบรเยซุส ได้กล่าวว่าผลการทดสอบยารักษาโควิด-19 ครั้งแรกของอนามัยโลก จะได้เห็นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยการทดสอบดังกล่าว จะเฟ้นหาหนทางรักษาโคโรนาไวรัส โควิด-19 ที่เริ่มทดสอบกับคนไข้ 5,500 รายใน 39 ประเทศทั่วโลก

ตั้งแต่การใช้ยาเรมเดสซีเวียร์ (remdesivir) ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) ซึ่งเป็นยาต้านมาลาเรียที่ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถึงมาโดยตลอด และกลุ่มยารักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี โลพินาเวียร์ หรือ รีโตนาเวียร์ (lopinavir/ritonavir)

ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก ยุติการทดสอบยากลุ่มไฮดรอกซีคลอโรควิน หลังผลการศึกษาหลายชิ้นต่างระบุว่าไม่ให้ผลในการรักษาโควิด-19 แต่ยังต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมว่ายากลุ่มนี้จะได้ผลในการเป็นยาป้องกันโควิด-19 หรือไม่

ด้านนายไมค์ ไรอัน หัวหน้าโครงการฉุกเฉินของอนามัยโลก ได้บอกว่า ตอนนี้มีวัคซีน 18 ชนิดทั่วโลกที่เริ่มทดสอบในมนุษย์ ซึ่งอาจต้องรอไปถึงสิ้นปีถึงจะได้เห็นประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนัก ที่จะมาคาดเดาว่าวัคซีนโควิดจะผลิตได้เมื่อไหร่ จากที่ตอนนี้โคโรนาไวรัสได้คร่าชีวิตผู้คนเกินกว่าครึ่งล้านไปแล้ว

อย่างไรก็ตามทางหัวหน้าโครงการฉุกเฉินของอนามัยโลก ยังเรียกร้องให้นานาประเทศหาทางระบุพิกัดการระบาดใหม่ให้ได้เร็วที่สุด และเร่งติดตามผู้ติดเชื้อพร้อมทั้งกักตัวเพื่อสกัดกั้นการระบาดของโควิด-19 ด้วย