ช่อปรี๊ดไม่เห็นหัวปชช.! หลังนายกฯลั่นกลางสภาส.ส.ก้าวไกลระวังตัวอย่าทำผิดกม.

0

จากที่เมื่อวันที่ 3 ก.ค.63ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายงบประมาณปี64 จำนวน 3.3ล้านล้านบาท โดยช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าชี้แจงด้วยตนเองนั้น

ทั้งนี้ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายบางช่วงว่า นายกรัฐมนตรีมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ทำให้นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงว่า ยินดีกับคำกล่าวของสมาชิก เห็นทุกคนดีใจกันใหญ่ ยกไม้ยกมือกันสุดยอด อันนี้เป็นเรื่องความเห็นของท่าน กับความเห็นของตน และความเห็นของประชาชนท่านก็บอกแล้ว ตนไม่เคยมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู

แต่มีคนบางคนมองกฏหมายเป็นศัตรูทุกกฏหมาย โดยพฤติกรรมอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ ตนก็ไม่ขอกล่าวอะไรต่อไป ส่วนเรื่องตอบคำถามตนไม่อยากตอบแล้ว เพราะเป็นการพูดซ้ำไปซ้ำมา ทุกคนใช้คำถามเก่าและโจมตีประเด็นเดิมๆ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ได้ไปอ่านหนังสือจากเล่มหนึ่ง ว่าประชาชนที่สงสัยจะทำให้ประเทศแข็งแกร่งนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ขอสงสัยต้องมีข้อยุติ ถ้าหาข้อสรุปไม่ได้ ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม

เราจะต้องดูว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไร ระหว่างท่านรัฐบาลและนักการเมือง มากกว่าจะเอาอันใดอันหนึ่งมาตัดสิน ผมทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ส. ซึ่งดูแลประชาชนทุกพื้นที่ แต่จะเอาของท่านดีแค่พื้นที่เดียวไม่ได้ หัวหน้ารัฐบาลต้องคิดแบบนี้ จังหวัดพร้อมก็ต้องให้งบประมาณ จังหวัดไหนไม่พร้อมก็สร้างคนก่อน อย่าเอาหลายเรื่องมาสับสน มันก็เหมือนกับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ก็ต้องถามประชาชน ผมก็ถามของผม ท่านก็ถามของท่าน ต่างคนต่างถาม แล้วเขาพอใจหรือไม่พอใจ

หลายท่านเป็นคนรุ่นใหม่ ผมยอมรับว่าเขาพูดเก่ง แต่อย่ามากล่าวหาว่าผมใช้กฏหมายไปกับผู้เห็นต่าง กฏหมายก็อยู่ของกฏหมายเฉยๆ ผมก็นั่งอยู่ของผมเฉยๆ ใครผิดกฏหมายก็โดนลงโทษ จะให้ผมทำยังไง ให้ผมสั่งเขาได้ใช่ไหม ถ้าผมสั่งได้คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ผมไม่ได้สั่ง ระวังตัวบ้างก็แล้วกัน กฏหมายมันมีผลบังคับใช้หมดทุกคน แม้กระทั่งผมเอง ผมก็ยอมรับกฏหมาย อย่ามาย้อนกลับไปวันก่อนนั้นอีก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ให้กลับไปย้อนดู อย่าลืมอะไรที่มัน ทุกคนก็บอกแล้ว ว่าความต้องการของประชาชนไม่มีสิ้นสุด

ผมเข้าใจ แต่ท่านอย่าลืมว่าความต้องการของท่าน ได้รับสนองตอบอะไรแล้วบ้างในช่วงที่ผ่านมา ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แล้วเราจะก้าวต่อไปอย่างไร ถ้าจะก้าวต่อไปแบบนั้น ท่านต้องหาวิธี พูดอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งผมพร้อมที่จะให้หน่วยงาน ปรึกษาหารือกับท่าน แต่ไม่ใช่โต้เถียง ท่านชอบเรียกท้ายทายกันข้างนอก อย่างนี้เรียกว่าท้าทายกัน ถ้าเถียงกันในหลักการ เถียงกันในกฏหมาย อย่างไรก็ไม่จบ

ขณะที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้ขอใช้สิทธิ์พาดพิง ที่นายกรัฐมนตรี พูดว่า ให้ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน ต้องระวังตัวเรื่องอะไรบ้าง และมีอันตรายอะไรกับพวกเราที่ต้องระวังตัว ต้องระวังในด้านไหน ช่วยชี้แจง จะได้เตรียมพร้อมไว้

ทำให้ นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นตอบทันทีว่า คุณไปสร้างความเข้าใจแบบนี้ไม่ได้ ผมบอกว่ากฏหมาย ผมก็ต้องระวังของผม ทุกคนต้องระวังอย่าทำผิดกฏหมาย ความหมายของผมคือแค่นี้ ผมจะไปขู่อะไรท่าน ผมขู่ได้ไหมท่าน ขณะกฏหมายท่านยังไม่กลัวเลย แต่ผมกล่าวนะครับ

ต่อมานางอมรัตน์ ได้กล่าวตอบโต้ว่า ตีความว่าเป็นการข่มขู่ ถ้ามีคนข้างบ้านมาบอกให้ระวังตัว ดิฉันก็รู้สึกว่าเป็นการข่มขู่

ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม บอกว่าท่านเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ซึ่งทำให้นางอมรัตน์ ตอบว่า ดิฉันเข้าใจผิดใช่ไหม ถ้าอย่างนั้น ดิฉันจะได้บอกนายกฯ ว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน นายศุภชัย จึงพูดว่า ก็ต่างคนต่างบอก ให้แต่ละฝ่ายระวังก็จบ

ล่าสุดวันนี้(4ก.ค.63) นางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ แกนนำคณะก้าวหน้า และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า

คนที่บริหารประเทศมา 6 ปี มีแต่เศรษฐกิจ การเมือง คุณภาพชีวิตตกต่ำลง สืบทอดอำนาจ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ไม่เห็นหัวประชาชนต่างหาก ที่ต้อง #ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน อย่าดูถูกพลังของประชาชนที่จะไม่จำนนกับอำนาจเถื่อนอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับช่อ พรรณิการ์ ก่อนหน้านี้คือเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.63 ได้ออกมาขู่ว่าที่ร้อยตรี บุญเกื้อ ปุสสเทโว อดีตผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่โพสต์แฉเงินบริจาค 7.2 ล้านช่วยโควิด 19 หลอกลวงประชาชน ถ้าไม่ขอโทษ ลบโพสต์ภายใน 24 ชั่วโมง เจอกันที่ศาล” ซึ่งหลังจากที่ช่อขู่จะฟ้องภายใน24ช.ม.นั้น บัดนี้เวลาก็ผ่านมา 120 ช.ม.แล้วทางช่อก็ยังไม่ฟ้องนายบุญเกื้อ หรือแม้แต่จะพูดถึงเรื่องนี้เลยนับตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.63

ที่มา : ทวิตเตอร์Pannika Wanich@Pannika_FWP