ธรรมนัสปลดคณะทำงานพันตุนหน้ากาก เตรียมแฉคนเบื้องหลังมีการเมืองชักใย?!?

0

จากกรณีวันนี้ (10 มี.ค.63) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีอดีตคณะทำงานถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับบุคคลที่มีการกักตุนหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้น ว่า ตอนนี้ความจริงปรากฎออกมาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการขยายผลแล้ว เดี๋ยวก็จะรู้ว่าใบออเดอร์สินค้ามีจริงหรือไม่ และอยู่กับใคร ตนติดตามตรงนี้ดีกว่า รอพิสูจน์ความจริง อีกไม่นาน ซึ่งตอนนี้ก็รู้แล้ว เดี๋ยวสัปดาห์นี้ก็กระจ่าง ไม่เกินวันศุกร์นี้ และตนเชื่อว่าเรื่องนี้มาจากเรื่องการเมือง

“อยากเรียนว่าการนำเสนอข่าว อะไรที่เป็นความจริงทำให้สังคมได้เห็น ก็ควรจะนำเสนอโดยเฉพาะในเวลานี้ บ้านเมืองกำลังวิกฤติ ควรนำข้อเท็จจริงมาเสนอ แต่กลับนำเสนอประเด็นว่าจะอยู่มั้ย จะลาออกมั้ย ผมเห็นว่าเราน่าจะช่วยกันเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อช่วยกันกระชากหน้ากากว่าจริงๆแล้ว ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันแน่ คนๆหนึ่งพูดน้ำไหลไฟดับ คงไม่ธรรมดา ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่ ซึ่งตอนนี้ผมรู้เยอะแล้ว ขอให้สื่อมวลชนเปิดเผยความจริงให้กระจ่าง อย่าไปอยู่ในเกมของการเมือง และโซเชียล ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวอีกว่า ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ โดยข้อเท็จจริงนั้นกรมการค้าภายใน หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงแล้วว่าไม่ได้มีของจริงๆ ส่วนการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนนายพิตตินันท์ รักเอียด นั้น จะทราบผลสรุปวันนี้ แต่เบื้องต้นตนได้ปลดนายพิตตินันท์ ออกจากคณะทำงานไปตั้งแต่เมื่อวานนี้(9 มี.ค.)แล้ว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

นอกจากนี้เมื่อถามว่า มองว่าเป็นกระบวนการที่สร้างมาเพื่อโจมตี ร.อ.ธรรมนัส ใช่หรือไม่  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ต้องพูด สื่อก็รู้กันอยู่แล้ว ว่าอะไรคืออะไร เมื่อซักว่า พรรคพลังประชารัฐ กดดันอะไรหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ภายในพรรคนั้นคุยกันได้ ตนไม่ติดใจอะไร เป็นเรื่องภายในครอบครัวพปชร. เดี๋ยวก็ต้องคุยกัน ส่วนกรณีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคน เรียกร้องให้ปรับครม.นั้น เป็นเรื่องของประชาธิปัตย์ ตนไม่ก้าวล่วง

อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กระแสจากใคร ไม่ได้ออกมาจากปากตน ตนยังมาทำงานตามปกติ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้คุยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องนี้