บุญเกื้อนัดเปิดใบเสร็จโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีช่อ!งานนี้จะมีใครติดคุก?

0

ผ่านมา3วันนั่นคือ 72 ชั่วโมงแล้ว จากกรณีที่ พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ต่อการออกมาพูดของบุญเกื้อ จนนำมาซึ่งการขู่จะฟ้องกันภายใน24ชั่วโมงนั้น

ทั้งนี้ช่อ ได้โพสต์ถึงนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว อตีตผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ว่า “อย่ามั่ว! คณะก้าวหน้า เราโปร่งใสตรวจสอบได้

รายชื่อที่ลงไว้ก็เป็นชื่อบัญชีผู้รับโอนจริง หากคุณมีหลักฐานว่าตรวจสอบชื่อในทะเบียนราษฎร์แล้วไม่พบ หรือพบชื่อซ้ำซ้อนกัน หรือ มีหลักฐานว่าเราอมเงินก็เอามาแสดงด้วย และหากไม่ขอโทษ-ลบโพสต์ภายใน 24 ชั่วโมง เจอกันที่ศาลค่ะ”

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

ต่อมา นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว อตีตผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ว่า”ผมจะไม่ลบโพสต์ มหกรรมตามล่าเงินบริจาค 7 ล้าน 2 ออกแน่นอน จนกว่าจะจับคนที่อมเงินบริจาค มาล้วงคอเอาเงินออกมาโอนให้ราษฎร รายละ3,000ครบถ้วน”

จนกระทั่งมาถึงวันที่ 1 ก.ค. 63 เมื่อยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆจากน.ส.พรรณิการ์ ออกมาจากที่เคยขู่ไว้ว่าที่จะฟ้องภายใน24ชั่วโมง ทำให้ทาง นายบุญเกื้อ ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงช่อว่า “เวลาก็ล่วงเข้าสู่วันที่สองของการประกาศศึกอมเงินบริจาคแล้ว คุณช่อก็ยังคงแอบซุ่มเงียบอยู่…ผมจะต่อเวลาให้เธออีก 6 วัน ให้เธอไสช้างออกมา…มิเช่นนั้น วันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ผมจะไล่ล่าเธอเอง”

อย่างไรก็ตามล่าสุดวันนี้(2ก.ค.63) นายบุญเกื้อ ก็โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีนางสาวพรรณิการ์ว่า 8 กรกฎาคม 2563 พบกันครับ ผมมีใบเสร็จที่โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีคุณช่อ ผมเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี

#คุณช่อ #คณะก้าวหน้า #ธนาธร #ปิยบุตร

นอกจากนี้หากย้อนไปเมื่อวันที่ 4 พ.ค.63 น.ส.พรรณิการ์ ได้ออกมากล่าวถึงกิจกรรมคอนเสิร์ตออนไลน์ระดมทุน MAYDAY MAYDAY ว่า ยอดเงินบริจาค เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม รวมทั้งสิ้น 7,282,897.34 บาท สามารถส่งต่อให้ผู้ขอรับสิทธิ์ “ลงทะเบียนรับเงิน 3,000 บาท” เป็นจำนวน 2,427 คน

โดยขณะนี้โอนเงินไปได้700 กว่าคนแล้ว เนื่องจากเราไม่ใช่รัฐบาล เราใช้ระบบโอนเหมือนคนทั่วไป จึงค่อนข้างใช้เวลา ส่วนจะมีเฟสสองหรือไม่นั้น คงต้องพูดคุยกันก่อน แต่เบื้องต้นเอาเฟสแรกให้จบก่อน เพราะว่าต้องใช้เวลาพอสมควร ตอนนี้เป้าหมายหลักคือโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิ์เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

“ส่วนกรณีที่ระบบการคัดกรองค่อนข้างจะมีปัญหานั้น เราทราบอยู่แล้วว่า คนที่ได้เงินจะมากกว่าคนที่ไม่ได้ โดยตอนแรกเราตั้งเป้าไว้ว่าจะรับบริจาคประมาณ 3 ล้านบาท สามารถช่วยได้ประมาณ 1,000 คน แต่เกินไปถึงสองเท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนบริจาคกันเช้ามาเกินคาดหมายมากๆ อีกทั้งเราไม่ได้คาดว่าคนจะใช้สิทธิ์เป็นล้านคนแบบนี้ ซึ่งเราไม่สามารถจะให้ได้ทุกคน

แต่ถ้าเราคิดแต่ว่าจะโดนโจมตี จะเป็นดราม่า ก็จะไม่ได้ทำอะไรให้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ผู้ที่ไม่ได้เงินอาจจะไม่พอใจ เราก็ได้แต่ทำความเข้าใจไปว่าเราไม่ใช่รัฐบาล ขนาดรัฐบาลก็ยังแจกให้ได้ไม่ครบตามที่คนต้องการเลย ซึ่งเราชัดเจนในกฎเกณฑ์ตั้งแต่แรกแล้วว่า เราได้รับบริจาคมาเท่าไหร่ เราจะโอนออกเท่านั้นหมดบัญชีไม่ให้เหลืออยู่” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

ที่มา : เฟซบุ๊กบุญเกื้อ ปุสสเทโว