ผู้ว่าประจวบฯ แถลงยอดตัวเลขความเสียหาย สาวการเงินยักยอกเข้าบัญชีตัวเอง แฉขั้นตอนการโกง ผิดหนักถึง 5 ข้อหา โทษไม่น้อย

0

จากกรณีที่น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการตำแหน่งพนักงานการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการยักยอกเงินงบประมาณจำนวน 33.9 ล้านบาท และถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมานั้น

โดยล่าสุดทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพัลลภ สิงหเสนี นายธีรพันธ์ นันทกิจ นายภิรมย์ นิลทยา นายคมสัน เจริญอาจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายกิตติพงษ์ สุขภาคกุล ปลัดจังหวัด น.ส.เกศริน ภัทรเปรมเจริญ คลังจังหวัด พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแถลงข่าว กรณีลูกจ้างสำนักงานจังหวัดยักยอกเงินจำนวน 33.9 ล้านบาท จากการกระทำความผิดปลอมแปลงเอกสาร และนำเงินงบประมาณทางราชการ ออกจากระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS แล้วโอนผ่านบัญชีตนเองไปหลายบัญชี พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดี อาญาที่ 250/2563 สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัว ฝากขังที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน แล้วนั้น

ต่อมาทางคณะสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการกระทำผิด ใช้โอกาสที่ตนได้รับความไว้วางใจจากผู้ถือบัตรในการเข้าระบบเบิกจ่าย เพื่อสร้างข้อมูลในระบบ ส่งไปยังคลังจังหวัดพิจารณาอนุมัติเบิกจ่าย จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปกรมบัญชีกลางเพื่อจ่ายเงินเข้าบัญชีหลักของผู้ขายโดยตรง ในกรณีนี้เบิกจ่ายเข้าบัญชีญาติ เป็นจำนวนเงิน 33,615,700 บาท

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ทั้งนี้ทราบว่าผู้ต้องหานำสมุดเช็คไปปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย ซึ่งต้องใช้ผู้ลงนามอนุมัติสองในห้าคน เรียกเก็บเงินจากธนาคาร ผ่านบัญชีสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเงินจำนวน 5,955,451,50 บาท โดยเงินส่วนหนึ่งสั่งจ่ายไปยังบัญชีญาติ 2 คน รวมการกระทำผิดจำนวน 166 ครั้ง รวมเป็นเงิน 39,951351,50 บาท จากนั้นได้โอนเงินกระจายเข้าสู่บัญชีตนเองจำนวน 14 บัญชี และตรวจสอบพบว่าเงินไหลเวียนไปยังบัญชีที่ผูกไว้กับเว็บไซต์การพนันออนไลน์

มีความผิดฐาน 1. เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

2. เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยที่ตนมีหน้าที่นั้น

3. มีความผิดฐานลักทรัพย์เป็นเงินของทางราชการโดยใช้กลอุบาย

4. ความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

5. ความผิดฐาน ปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารทางราชการ และใช้เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการที่ได้ปลอมขึ้น

เมื่อสอบถามถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีปลัดจังหวัดเป็นประธาน พบว่ามีการตั้งคนในสำนักงานจังหวัดจำนวน 3 ใน 5 ราย ทำให้เกิดความคลางแคลงถึงความโปร่งใสในการตรวจสอบ ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงเปลี่ยนชุดคณะกรรมการตรวจสอบใหม่ทั้งชุด โดยใช้บุคคลภายนอกหน่วยงาน และในวันพฤหัสฯ นี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากกระทรวงมหาดไทย จะร่วมตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย

 

มีรายงานล่าสุดได้มีคำสั่งให้นางประชิต วงค์ประภารัตน์ หัวหน้างานการเงินฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ภายหลังพบความบกพร่องเนื่องจากได้รับการรายงานว่าเช็คงบประมาณจังหวัดหายไป 6 ฉบับ ยังไม่มีการแจ้งความเช็คหาย ถือว่าส่อพิรุธ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการสั่งย้ายข้าราชการในสำนักงานจังหวัดฯ แต่อย่างใด

สำหรับความเสียหายทางราชการ 39.2 ล้านบาท มาจากงบเงินฝากคลัง หรือเงินประกันสัญญา 9.6 ล้านบาท เงินแก้ไขปัญหา หรือเงินภัยแล้ง 23.6 ล้านบาท งบจังหวัด 5.9 ล้านบาท เงินอื่น ๆ 2.5 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 39.2 ล้าน มีการปลอมเช็คธนาคารจำนวน 78 ครั้ง