ปรับครม.ถึงเวลาพรรคเล็ก!?! ปชป.ระทึก – พปชร.ต้องสละเก้าอี้???

0

(1) 1 มี.ค.63 ปรากฏรายงานข่าวหลังเสร็จลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหารือที่ห้องรับรอง รัฐสภา มีแกนนำพรรคร่วม

(2) อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมหารือ โดยรายงานแจ้งว่านายกฯว่าจะปรับ ครม. แต่จะเป็นเมื่อไหร่ ยังบอกไม่ได้

(3) ขณะอนุทินแจ้งต่อนายกฯว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยขอรักษาโควตาเดิม ไม่ขอขยับเปลี่ยนแปลง แม้ขณะนี้จะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นมา

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

(4) 2 มี.ค.63 เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ ส่งสัญญาณเตรียมปรับครม. ว่า ยังไม่มีการพูดถึง และนายกฯ ยืนยันแล้วว่าไม่มี และปชป.เชื่อว่าไม่มี

(4.1) ผู้สื่อข่าวถามว่าโควตา ปชป. แนวโน้มจะสลับเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ เฉลิมชัย กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

(5) 2 มี.ค. 63 วันเดียวกัน วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงสัญญาณปรับครม. ว่า สัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคใดก็ว่ากันไป ไม่ได้มีอะไร เราก็เชื่อตามข่าว โดยที่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอย่างอื่นออกมา

(6) 1 มี.ค.63 สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุ “เล่นการเมืองแบบเดิมๆจะเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างไร?

(6.1) กรณีมีข่าวออกมาเป็นระยะว่าจะมีการปรับ ครม.หลังอภิปราย และมีชื่อตนติดอยู่ในโผถูกปรับออกด้วยเหตุผล (ตามข่าว) อยู่ 3 ข้อ คือ

(6.2) 1.ผมขาลอยในพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส. และไม่ได้จ่ายเงินให้พรรค 2.ผมไม่มีฐานเสียงส.ส.ในมือ และ 3.ผมไม่เข้าพรรค และไม่มีพวกในพรรค

6.3) “หากมีปรับ ครม. และคัดเลือกรัฐมนตรีด้วย 3 เหตุผลนี้ ประเทศไทยคงไม่มีทางหลุดจากวงจรอุบาทว์ทางการเมือง ที่สร้างปัญหาซ้ำซากแบบเดิมที่ยังปรากฏอยู่ทุกวันนี้”

(7) นั่นคือความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวที่ลือสะพัด ซึ่งที่น่าจับตาคือ หากมีการปรับครม.จริง จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อเรือเหล็กขนาดไหน???

(8) โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาพรรคเล็กที่รวมตัวกันหวังเก้าอี้รัฐมนตรี หากมีการจัดสรรตามจำนวนส.ส.ต่อ1ตำแหน่ง!!!

(9) ย้อนไปครั้งการจับขั้วตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ก็ปรากฏถึงการใช้สูตร 7 ส.ส. แลก 1 เก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งเป็นโควต้าการจัดสรรให้กับพรรคร่วมรัฐบาล

(10) ซึ่งพรรคพปชร. มี ส.ส. 115 เสียง จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างน้อย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ ที่มี ส.ส. 52 เสียง จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 7 ที่นั่ง เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ที่มี ส.ส. 51 เสียง จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 7 ที่นั่ง

(11) พรรคชาติไทยพัฒนา มี ส.ส. 10 เสียง จะได้รัฐมนตรี 2 ที่นั่ง พรรคชาติพัฒนา มี ส.ส. 3 เสียง พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)มี ส.ส. 5 เสียง จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 1 ที่นั่ง

(12) 26 พ.ค.62 มีรายงานความคืบหน้าโควต้ารัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ 6 ตำแหน่ง คือ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ รมว.เกษตรฯ รมว.การพัฒนาสังคมฯ รมช.ศึกษาฯ รมช.มหาดไทย

(13) พรรคภูมิใจไทยคว้าไป 6 มีรองนายกฯ ควบ รมว.สาธารณสุข รมว.คมนาคม รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา รมช.เกษตรฯ และ รมช.มหาดไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ 2 เก้าอี้ คือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และ รมช.เกษตรฯ

(14) 10 ก.ค.62 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ในรัฐบาล “ประยุทธ์ 2/1” มีจำนวนทั้งสิ้น 36 คน รวม 39 ตำแหน่ง ประกอบด้วยรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค

(15) พลังประชารัฐ 18 คน ประกอบด้วย รองนายกฯ 3 คน, รมว. 11 คน, รมช. 4 คน (นายกฯ ควบตำแหน่ง รมว. กลาโหม)

(15.1) ประชาธิปัตย์ 7 คน 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รมว. 3 คน, รมช. 4 คน (รองนายกฯ ควบตำแหน่ง รมว. พาณิชย์)

(15.2) ภูมิใจไทย 7 คน 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รมว. 3 คน และ รมช. 4 (รองนายกฯ ควบตำแหน่ง รมว. สาธารณสุข)

(15.3) ชาติไทยพัฒนา 2 คน 2 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รมว. 1 คน และ รมช. 1 คน

(15.4) รวมพลังประชาชาติไทย 1 คน 1 ตำแหน่ง คือ รมว. แรงงาน

(15.5) ชาติพัฒนา 1 คน 1 ตำแหน่ง คือ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

(16) ภายหลังจากมีประกาศนี้ก็เกิดแรงกระเพื่อมจากบรรดาพรรคเล็กที่มีส.ส.อยู่ในถือ ที่แม้จะได้ที่นั่งในสภาฯแต่กลับไม่มีที่นั่งในทำเนียบฯ

(17) 6 ม.ค. 63 ชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท และหัวหน้ากลุ่มกิจสังคมใหม่ หากมีการปรับคณะรัฐมนตรีก็หวังเก้าอี้รัฐมนตรี

(17.1) พรรคพลังท้องถิ่นไท มี ส.ส. 5 คน ขณะที่กลุ่มกิจสังคมใหม่มี ส.ส.ทั้งหมด 9 เสียง เป็นของพรรคพลังท้องถิ่นไท 5 เสียง พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง พรรคไทยศรีวิไลย์ 1 เสียง และพรรคประชาธรรมไทย 1 เสียง

(18) 21 ม.ค.63 ชัช ในฐานะหัวหน้ากลุ่มกิจสังคมใหม่ เปิดเผยอีกครั้งหลังพรรคพลังท้องถิ่นไท นับเป็นพรรคการเมืองที่มีความน่าสนใจเมื่อส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่สองคนย้ายเข้ามา ทำให้ “กิจสังคมใหม่” มีส.ส.รวมกันถึง 10 คน

(19) นี่เองที่ต้องจับตาหากมีการปรับครม.เที่ยวนี้จะมีคนจากกลุ่มกิจสังคมใหม่ที่มีส.ส.10คน จะได้เข้าไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ เพราะถ้ายึดโควตาเดิม คือ 7 ต่อ1 เช่นนี้ก็มีโอกาสสูง

(20) แต่ประเด็นคือ แล้วจะแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีมาจากใคร-พรรคไหน ซึ่งก็อาจมีสองทางนั่นคือ 1. จากพรรคร่วมรัฐบาล และจะเป็นพรรคใด ประชาธิปัตย์ที่กุมสภาพเสียงส.ส.ภายในไม่ได้หรือไม่ เพราะมักมีปัญหาการพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการโหวตเสียงในสภาฯมาหลายครั้ง???

(21) หรือจะเป็นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งแนวโน้มน่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะจำนวนส.ส.ของพรรคเพิ่มขึ้นจากเดิมด้วยซ้ำ นั่นความหมายว่า ยังใช้เป็นข้อต่อรองขอเพิ่มได้อีกต่างหาก!?! ไม่ใช่ถูกลด!!!

(22) ฉะนั้นเป้าที่พุ่งไปนอกจากประชาธิปัตย์แล้ว หวยจะออกที่ชาติพัฒนาหรือไม่ หรือเป็นพลังประชารัฐเองที่จะต้องเสียสละ ไม่ไปแตะเก้าอี้พรรคร่วม ยอมแบ่งให้พรรคเล็กที่รวมกลุ่มกัน???

(23) ตัวเลขของฝ่ายรัฐบาลอย่างไม่เป็นทางการจากเดิม 263 และที่เพิ่งได้มาอีก9 จากอดีตอนาคตใหม่ที่เข้าซบภูมิใจไทยก็จะทำให้ รัฐบาลมีเสียงอยู่ที่ 272 เสียง ซึ่งจะต้องคลี่ออกมาจัดเขย่าโควตารัฐมนตรีใหม่กันอย่างไร???

(24) และนั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า หากโควตาที่สูญไปมาจากพลังประชารัฐ จะเกิดแรงกระเพื่อมขนาดไหน เพราะต่างรู้กันดีว่าภายในพรรคแบ่งเป็น5กลุ่ม และต่างก็มีส.ส.ใช้เป็นพลังต่อรองทั้งสิ้น???

(25) เช่นนั้นเองที่น่าจับตาถ้านายกฯจะปรับครม.จริง กลุ่มกิจสังคมใหม่ที่รวมพรรคเล็กรวมตัวกันจะมีโอกาสได้เก้าอี้หรือไม่ โดยเฉพาะพลังประชารัฐคนของใคร-กลุ่มไหนจะถูกริบเก้าอี้คืน นั่นก็ยิ่งสร้างรอยร้าวและแรงกระเพื่อมไม่มากก็น้อย?!?

 

#ปอกเปลือก#ปอกให้เห็นความจริง