นักเขียนซีไรต์เตือนม็อบนศ.มิจฉาวาจาทำแพ้ ???กปปส.3ล้านยังไปไม่เป็น!?!

0

จากกรณีวันนี้(2มี.ค.63)  วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์  ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ถึงการชุมนุมของนักเรียน-นักศึกษาโดยปรากฏตามภาพข่าวที่พบว่า มีการถือป้าย-ชูป้ายชุมนุมในลักษณะถ้อยคำที่หยาบคาย ไม่สุภาพว่า

“มิจฉาวาจา..นำมาซึ่งความพ่ายแพ้”

ถ้าไม่มี “สัมมาวาจา” (วาจาที่ถูกต้อง) หมายถึง การเว้นจากการพูดเท็จ หยาบคาย ส่อเสียด และเพ้อเจ้อ…แต่กลับมี “มิจฉาวาจา” ก็ยากที่จะบรรลุผลแห่งการกระทำ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ไม่เพียงเท่านั้น..มันจะดึงดูดมิจฉาวาจาอื่นๆตามมาไม่สิ้นสุด และมันจะกำหนดชะตาชีวิตให้เป็นไปตามมิจฉาวาจานั้น..ชั่วกาลนาน

ต่อให้เถียง – ปฏิเสธ – หรือเปลี่ยนศาสนาก็ไม่อาจหลบหนีไปได้

เพราะมันหมกหมมฝั่งลึกอยู่ในใจ ที่เรียกว่า “อนุสัย” ที่แปลคร่าวๆว่า สันดาน

ดังนั้นจึงระลึกถึง “วาจาสุภาษิต” ซึ่งเป็นวาจาที่ไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน (แต่คนถ่อยชอบและสนับสนุน) คือ

  1. วาจานั้นกล่าวถูกกาล
  2. เป็นวาจาที่กล่าวเป็นสัจ
  3. เป็นวาจาที่กล่าวอ่อนหวาน
  4. เป็นวาจาที่กล่าวประกอบด้วยประโยชน์
  5. เป็นวาจาที่กล่าวด้วยเมตตาจิต

อยากเห็นการ “คิด – พูด – ทำ” อย่างมีสติ…ให้สมกับคำโอ้อวดว่า “ตนรู้ดีรู้ชั่ว และมีวุฒิภาวะ”

ทั้งนี้เมื่อข้อความของนักเขียนซีไรต์เผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างน่าสนใจ เช่น

ควรไม่เอาทหารด้วย ควรให้ประชาชนตัดสินและรับผิดชอบเอง ผ่านการเลือกตั้ง

ต่อมา วิมล เข้ามาตอบคำถามด้วยตัวเองว่า…

“…ผมก็ไม่ได้บอกว่าเอาทหาร ลอบฆ่ากันตายมากมาย​แม้กระทั่งเด็ก​ ไม่มีใครทำให้สงบได้​ ทหารก็มา​

ผมไม่ได้ต้องการทหารยึดอำนาจ​ แต่ผมก็ไม่มีน้ำยาที่จะไปห้ามคนฆ่ากัน​ จนเป็นสงครามกลางเมือง

และผมก็ไม่เห็นมีใครเก่งไปห้ามได้

ส่วนเรื่องการเอาเรื่องเก่าว่าใครด่าถ่อยกว่ากัน​ ใครถูกหลอก​ ใครไม่ถูกหลอกก็ไม่ได้ทำให้ใครฉลาดขึ้น

ผมเขียนเตือนก็เพราะถ้าเอาแต่ด่า​ก็จะไม่ได้ใจคนทั่วไป​ นอกจากสะใจพวกตน​ และจะหมดความชอบธรรมลงเรื่อยๆ… คุณจะสู้อย่างไรให้ชนะถ้ามีเพียงแต่​ นศ.?

กปปส.​3​ล้านคนยังไปไม่เป็น”

นั่นคือ เสียงเตือนของนักเขียนซีไรต์ ที่สะท้อนออกมาให้นักศึกษาที่เคลื่อนไหวอยู่ได้ตระหนักถึงคำพูดในการทำมวลชน หากเป็นมิจฉาวาจาก็อาจทำหมดความชอบธรรม นั่นเพราะไม่มีแนวร่วมอื่นหรือเสียแนวร่วม???

ประการสำคัญที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือ การมองไปที่ปรากฏการณ์ม็อบกปปส.เมื่อช่วงปี2556-2557 ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์การชุมนุมของประเทศด้วยการที่มีคนร่วมมากที่สุด

กระนั้นแม้กปปส.จะมีมวลชนเข้าร่วมถึง3ล้านคน ก็ไม่สามารถที่จะชนะหรือทำอะไรได้มากไปกว่านั้น ในขณะที่มีเหตุความรุนแรงมากขึ้น ถึงขั้นเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าอันจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง!?!

แต่ในที่สุดทหารก็ออกมาหลังมีการเชิญแกนนำนักการเมืองและแกนนำมวลชนทุกกลุ่มสีเข้าพูดคุยร่วมหาทางออก หากแต่ท้ายที่สุดฝ่ายการเมืองก็ไม่ยอมตามเงื่อนไขที่พล.อ.ประยุทธ์เสนอขึ้น จนนำมาซึ่งการเข้าควบคุมอำนาจ?!?

ดังนั้นจึงอยากให้นักศึกษาที่กำลังเคลื่อนไหวได้พิจารณาเสียงเตือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรู้เท่าทันบางฝ่ายที่จะหลอกใช้เพื่อล้มรัฐบาล ว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือคนเหล่านั้น???